LASTEST NEWS

25 มิ.ย. 2560แจ้งอีกรอบ! เทศกาลเข้าพรรษา ปี 60 หยุดชดเชยแค่ 1 วัน 25 มิ.ย. 2560ทปอ. ปรับเวลาฝึกสอนนศ.ครู ชี้เปิด-ปิดตามอาเซียน เพื่ออนาคตมหา′ลัยไทย 25 มิ.ย. 2560เลขาฯภตช. ชงบิ๊กตู่ ยกเลิกเข้าเรียน "เงื่อนไขพิเศษ" ปี 61 25 มิ.ย. 2560ทปอ.หารือหาช่วงเวลาฝึกสอนคนเรียนสายครู 24 มิ.ย. 2560หยุดชดเชย วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 1 วันเท่านั้น 24 มิ.ย. 2560สพม.39 รับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำห้องวิทยาศาสตร์ ครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ และครูดูแลนักเรียน รวม 5 อัตรา 24 มิ.ย. 2560สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับสมัครคัดเลือกเพื่อเกลี่ยอัตรากำลัง รอบ2 สมัคร5-11ก.ค.2560 24 มิ.ย. 2560สพม.24 รับสมัครลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน 4 อัตรา ป.ตรีทุกสาขา(ไม่ต้องใช้วุฒิครู)สมัคร21-27มิ.ย.2560 24 มิ.ย. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) สพม.42 เปิดสอบธุรการ สมัคร21-27มิ.ย.2560 24 มิ.ย. 2560สพม.42 เปิดรับสมัครพี่เลี้ยงเด็กพิการเรียนร่วม (วุฒิม.6 ขึ้นไป) สมัคร 26-30มิ.ย.60

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้เ

usericon

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้เ
บทสรุปผู้บริหาร

ชื่อเรื่อง รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้เทคนิค 4 A
โรงเรียนบ้านวังพา ปีการศึกษา 2555
ผู้ประเมิน นายเกษม หวันอาหลี

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนโดยใช้เทคนิค 4 A โรงเรียนบ้านวังพา ปีการศึกษา 2555 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการดำเนินงาน และผลผลิตของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนโรงเรียนบ้านวังพา โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินซิปป์ (CIPP Model) ของแดเนียล แอล สตัฟเฟิลบีม (Danial L. Stufflebeam) โดยใช้ประชากรที่เกี่ยวข้องกับโครงการเป็นแหล่งข้อมูลทั้งหมด ได้แก่ ครูผู้สอนจำนวน 10 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 7 คน คณะกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านจำนวน 9 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 จำนวน 78 คน และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 จำนวน 70 คน รวมจำนวนประชากรทั้งหมด 174 คน ระยะเวลาในการประเมินโครงการคือ ปีการศึกษา 2555 ระหว่างวันที่ 16พฤษภาคม 2555 ถึง วันที่ 30 มีนาคม 2556 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคือแบบสอบถามซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ตามแบบของลิเคอร์ท (Likert) จำนวน 6 ฉบับ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการประเมินสรุปได้ดังนี้
1. ผลการประเมินบริบทของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน โดยใช้เทคนิค 4 A โรงเรียนบ้านวังพา ปีการศึกษา 2555 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.31) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าข้อที่ 1 โครงการสามารถสร้างคุณลักษณะที่ดีด้านนิสัยรักการอ่านให้แก่ผู้เรียนได้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (= 4.57) รองลงมาคือข้อที่ 6 วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (= 4.52) และข้อที่ 5 เป้าหมายมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ( = 4.48) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าคณะกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (= 4.36) รองลงมาคือครูผู้สอน (= 4.30) และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (= 4.24) ตามลำดับ
2. ผลการประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโดยใช้เทคนิค 4 A โรงเรียนบ้านวังพา ปีการศึกษา 2555 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.28) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าข้อที่ 2



บุคลากรที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ตั้งไว้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.71) รองลงมาคือข้อที่ 1 บุคลากรที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ข้อที่ 5 ท่านรับรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองในการดำเนินโครงการ (= 4.52) และข้อที่ 7 ความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณให้กับกิจกรรมยอดนักอ่าน (= 4.43) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.32) รองลงมาคือคณะกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน (= 4.29) และครูผู้สอน (= 4.20) ตามลำดับ
3. ผลการประเมินกระบวนการดำเนินงานของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนโดยใช้เทคนิค 4 A โรงเรียนบ้านวังพา ปีการศึกษา 2555 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.32) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่าข้อที่ 2 การดำเนินโครงการเป็นไปตามแผนที่วางไว้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.67) รองลงมาคือข้อที่ 7 ความร่วมมือของบุคลากรในการดำเนินโครงการ ( = 4.62) และข้อที่ 11 การปรับปรุงพัฒนาห้องสมุดให้เอื้อต่อการสร้างนิสัยรักการอ่าน ( = 4.57) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.33) รองลงมาคือคณะกรรมการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ( = 4.32) และครูผู้สอน (= 4.29) ตามลำดับ
4. ผลการประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ของนักเรียนโรงเรียนบ้านวังพา ปีการศึกษา 2555 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.45) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าด้านที่ 3 ด้านความพึงพอใจที่มีต่อโครงการ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (= 4.61) รองลงมาคือด้านที่ 1 ด้านการมีนิสัยรักการอ่านและเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือ ( = 4.43) และด้านที่ 2 ด้านการรู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ และสื่อต่างๆ รอบตัว ( = 4.38) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าครูผู้สอน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (= 4.49) รองลงมาคือนักเรียน (= 4.48) และผู้ปกครองนักเรียน (= 4.40) ตามลำดับ
20 ก.ย. 2556 เวลา 21:07 น. 0 1,421
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^