LASTEST NEWS

23 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2560 23 มี.ค. 2560เล็งปรับมาตรฐานเรียนครู 4 ปี 23 มี.ค. 2560กศจ.จันทบุรี เปิดสอบครูผู้ช่วย 19 สาขาวิชา รวม 69 อัตรา สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.2560 23 มี.ค. 2560รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 - สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.60 23 มี.ค. 2560อาจารย์ครุศาสตร์ จุฬาฯ รุมจวกเปิดทุกหลักสูตรสอบครูได้ 23 มี.ค. 2560“ธีระเกียรติ”มั่นใจเดินถูกทางเปิดกว้างสาขาอื่นสอบครูได้ 23 มี.ค. 2560“หมอธี”สั่ง มหา’ลัยทบทวนหลักสูตร หารือคุรุสภา เล็งปรับมาตรฐานเรียนครู 4 ปี 23 มี.ค. 2560นักวิชาซัดทำลายระบบผลิตครู จวก"หมอธี"ใช้ก.ค.ศ.เป็น "ตรายาง" คุรุสภาเป็นทางผ่านรับแม่พิมพ์ไร้ตั๋ว 23 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.มอบอำนาจกศจ.จัดสอบครูผู้ช่วย 23 มี.ค. 2560เชื่อเปิดกว้างสายอื่นสอบครูไม่ยั่งยืน

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก

usericon

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
ชื่อเรื่อง            การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
            กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย            นายสุจินต์ สมบัติวงศ์
ปีที่พิมพ์            2555

บทคัดย่อ

    การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จากการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์)ก่อนและหลังการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” และ4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ”
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน แบบฝึก แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการ แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพแบบฝึกเท่ากับ 81.28 / 82.64 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
    2. ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนเท่ากับ 0.86
    3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 17.38 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 27.58 เพิ่มขึ้น 10.20 คะแนน
    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนแบบรายบุคคล พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ( ) 4.41
theoneit2012 19 ก.ย. 2556 เวลา 17:53 น. 0 291
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^