การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
LASTEST NEWS

15 ส.ค. 2561บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ รับสมัครพนักงาน 328 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา-ป.ตรีทุกสาขา 15 ส.ค. 2561ไฟเขียวแก้กฎศธ.ห้าม"นร.-นศ." แสดงชู้สาวทุกที่-ทุกเวลา 15 ส.ค. 2561กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 2 อัตรา (สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561) 15 ส.ค. 2561กำหนดการจัดงานศิลปหัตถกรรมระดับภาค ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561 15 ส.ค. 2561ใช้งบเหลือจ่ายสพฐ.ปี 61เคลียร์ภาระงานครู 14 ส.ค. 2561ที่พักฟรี! โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง รวม 16 อัตรา 14 ส.ค. 2561"คุรุสภา" เดินเครื่องทำคลังข้อสอบตั๋วครู 14 ส.ค. 2561นายกฯ ปลื้มโครงการคูปองพัฒนาครู 14 ส.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ.ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการกำหนดกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจลงโทษฯ และกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนฯ 14 ส.ค. 2561สพฐ.รับนโยบาย'หมอธี'ลดภาระงานครูเพิ่มเวลาสอนเด็กเต็มที่ขึ้น

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก

usericon

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
ชื่อเรื่อง            การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
            กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย            นายสุจินต์ สมบัติวงศ์
ปีที่พิมพ์            2555

บทคัดย่อ

    การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จากการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์)ก่อนและหลังการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” และ4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ”
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน แบบฝึก แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการ แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพแบบฝึกเท่ากับ 81.28 / 82.64 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
    2. ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนเท่ากับ 0.86
    3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 17.38 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 27.58 เพิ่มขึ้น 10.20 คะแนน
    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนแบบรายบุคคล พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ( ) 4.41
theoneit2012 19 ก.ย. 2556 เวลา 17:51 น. 0 388
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^