LASTEST NEWS

31 พ.ค. 2563กศจ.นครศรีธรรมราช เตรียมเปิดสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 119 อัตรา 31 พ.ค. 2563เชียงใหม่!! เคาะแล้ว.. วิชาเอกอัตราว่างสอบครูผู้ช่วย ว.16 (กรณีพิเศษ) ปี 2563 จำนวน 141 อัตรา 31 พ.ค. 2563กศจ.เพชรบูรณ์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 7 อัตรา - รายงานตัว 5 มิ.ย.2563 31 พ.ค. 2563จังหวัดเพชรบูรณ์ เผยตำแหน่งว่างสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปีพ.ศ.2563 จำนวน 11 วิชาเอก 29 อัตรา 31 พ.ค. 2563จ่ออนุโลมเปิดโรงเรียนบางแห่ง - จัดระเบียบถนนข้าวสารใหม่ - โคราชปลดล็อคโรงแรม 31 พ.ค. 2563"นายกฯ"แจงสภาฯ เตรียมให้นร.ไปโรงเรียนวันเว้นวันสลับศึกษาทางออนไลน์เลี่ยงโควิด 30 พ.ค. 2563ทดลองเปิดเรียน เว้นระยะ 1 ม.เหลือเด็ก 20 คน/ห้อง ต้องเพิ่มเรียนคู่ขนาน-ออนไลน์-ผลัดกันเรียน 29 พ.ค. 25631 มิ.ย. บุคลากรในสังกัดของ ศธ. ทำงาน 100% 29 พ.ค. 2563เครือข่ายค.ร.อ.ท.ยื่น"บิ๊กตู่" ทบทวนสอบครูผู้ช่วยอาชีวะ 29 พ.ค. 2563"ครูตั้น"ย้ำรอศบค.เคาะเปิดภาคเรียน

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก

usericon

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
ชื่อเรื่อง            การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
            กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย            นายสุจินต์ สมบัติวงศ์
ปีที่พิมพ์            2555

บทคัดย่อ

    การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จากการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์)ก่อนและหลังการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” และ4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ”
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน แบบฝึก แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการ แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพแบบฝึกเท่ากับ 81.28 / 82.64 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
    2. ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนเท่ากับ 0.86
    3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 17.38 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 27.58 เพิ่มขึ้น 10.20 คะแนน
    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนแบบรายบุคคล พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ( ) 4.41
theoneit2012 19 ก.ย. 2556 เวลา 17:51 น. 0 723
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^