LASTEST NEWS

11 ธ.ค. 2561มสด.มั่นใจทีแคสรอบ3 รับหลักสูตรครู4ปี 11 ธ.ค. 2561โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกภาษาอังกฤษ ตั้งแต่บัดนี้-23ธ.ค.2561 11 ธ.ค. 2561"หมอธี" ชงยุติบอร์ดคปภ.หวั่นใช้อำนาจเกิน 11 ธ.ค. 2561กอปศ.ชำแหละปัญหาจากโครงสร้างศธ. 11 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก รับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำห้องวิทยาศาสตร์ สมัคร 11-18 ธ.ค.2561 11 ธ.ค. 2561จี้"สพฐ."ยกเลิก"ใส่คิวอาร์โค้ด"ตำราเรียน 11 ธ.ค. 2561ยอมถอย !!!พ.ร.บ.ปฐมวัย ไม่บังคับห้ามเด็กสอบเข้าป.1 11 ธ.ค. 2561รอครม.ไฟเขียวร่าง "มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย" มาตรฐานกลางประเทศ 11 ธ.ค. 2561จ่อตั้งกรรมการทบทวนจรรยาบรรณครู กำหนดชัดพฤติกรรมที่ควรทำ-ไม่ควรทำ 11 ธ.ค. 2561ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 1 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน สมัคร12-18ธ.ค.2561

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก

usericon

การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
ชื่อเรื่อง            การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก
            กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย            นายสุจินต์ สมบัติวงศ์
ปีที่พิมพ์            2555

บทคัดย่อ

    การพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง “การสร้างเสริมสุขภาพ” โดยใช้แบบฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อหาประสิทธิผลทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จากการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์)ก่อนและหลังการใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ” และ4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึก เรื่อง “ การสร้างเสริมสุขภาพ”
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านโนนใหม่(ประชาอุปถัมภ์) จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบทดสอบก่อนเรียนหลังเรียน แบบฝึก แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการ แจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ประสิทธิภาพแบบฝึกเท่ากับ 81.28 / 82.64 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80
    2. ดัชนีประสิทธิผลทางการเรียนเท่ากับ 0.86
    3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 17.38 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 27.58 เพิ่มขึ้น 10.20 คะแนน
    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนแบบรายบุคคล พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ( ) 4.41
theoneit2012 19 ก.ย. 2556 เวลา 17:51 น. 0 447
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^