LASTEST NEWS

26 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสอบครูผู้ช่วย (กรณีพิเศษ) 4,653 อัตรา เช็คแต่ละจังหวัดที่เปิดรับที่นี่ 26 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสอบพนักงานราชการ 10 อัตรา สมัคร27ก.พ.-8มี.ค.2560 25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560

ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียน

usericon

ชื่อเรื่อง		การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียน
ชื่อเรื่อง        การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล
บ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
ผู้วิจัย        นางบุญเชิญ ศรีอินทร์
ปีการศึกษา    2555

บทคัดย่อ

การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนดังนี้
1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มทดลอง
3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มควบคุม
4) เพื่อเปรียบเทียบเพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรหลังเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ในการใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยดำเนินการสอนด้วยตนเอง
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. เอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.90/89.15
2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนของนักเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ดังนี้
        2.1 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.13 คิดเป็นร้อยละ 42.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.28 และคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.04 คิดเป็นร้อยละ 42.61 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.33 แสดงทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน
2.2 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 36.89 คิดเป็นร้อยละ 92.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.55 สูงกว่าคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 17.13 คิดเป็นร้อยละ 42.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.28 และเมื่อทดสอบค่า t ได้เท่ากับ 63.97 แสดงว่า นักเรียนมีผลการพัฒนาทักษะการทำงานหลังเรียนจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.3 ผลการพัฒนาทักษะการทำงานจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนของกลุ่มควบคุมหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 35.46 คิดเป็นร้อยละ 88.64 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.15 สูงกว่าคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 17.04 คิดเป็นร้อยละ 42.61 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.33 และเมื่อทดสอบค่า t ได้เท่ากับ 86.80 แสดงว่า นักเรียนมีทักษะการทำงานหลังเรียนจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.4 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองที่จัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน มีคะแนนวัดผลหลังเรียนของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 36.89 คิดเป็นร้อยละ 92.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.55 และคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 35.46 คิดเป็นร้อยละ 88.64 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.15 แสดงว่าผลการพัฒนาทักษะการทำงานหลังเรียนของกลุ่มทดลอง สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนอย่างแท้จริง
3. นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีความพึงพอใจในการใช้เอกสารประกอบการเรียน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.47 อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีระดับความพึงพอใจมากอันดับที่ 1 คือ กระบวนการจัดการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 2 คือ ด้านการวัดและประเมินผล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 3 คือ ด้านเนื้อหาสาระ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.49 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 4 คือ ด้านสื่อการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 5 คือ ด้านเอกสารประกอบการเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 4.32 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจในการใช้เอกสารประกอบการเรียนตามที่คาดหวังไว้
um1606 19 ก.ย. 2556 เวลา 15:06 น. 0 360
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^