LASTEST NEWS

22 ก.พ. 2561สพป.กาญจนบุรี เขต 3 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 7 อัตรา (สมัคร28ก.พ.-3มี.ค.61) 21 ก.พ. 2561สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา (สมัคร2-8มี.ค.61) 21 ก.พ. 2561หมอธียันยังไม่เลิกเรียน8กลุ่มสาระ หลังว่อนโซเชียลไฟเขียวแล้ว/ย้ำแค่รับไว้พิจารณาต้องคิดผลได้ผลเสีย 21 ก.พ. 2561ด่วนเลย! ไม่เอาวุฒิครู วุฒิม.6 ขึ้นไป สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดรับ 2 อัตรา ตำแหน่งพนักงานราชการทั่วไป 21 ก.พ. 2561บอร์ดกก.อิสระฯสรุปตั้งหน่วยงานกลางปฏิรูปครู 21 ก.พ. 2561โรงเรียนวัดโคกยายเกตุ รับสมัครครูผู้สอน วิชาเอกปฐมวัย (สมัครบัดนี้-28ก.พ.61) 21 ก.พ. 2561ด่วนที่สุด! ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ว่าง 21 ก.พ. 2561สพร.รับสมัครสอบเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล(สมัคร20-26ก.พ.61) 21 ก.พ. 2561โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ รับสมัครครูผู้ช่วย วิชาเอกภาษาอังกฤษ(สมัคร19ก.พ.-2มี.ค.61) 21 ก.พ. 2561สอบบรรจุครู 2561 โดยไม่จบครู

ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียน

usericon

ชื่อเรื่อง		การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียน
ชื่อเรื่อง        การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล
บ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
ผู้วิจัย        นางบุญเชิญ ศรีอินทร์
ปีการศึกษา    2555

บทคัดย่อ

การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนดังนี้
1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มทดลอง
3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มควบคุม
4) เพื่อเปรียบเทียบเพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรหลังเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ในการใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยดำเนินการสอนด้วยตนเอง
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. เอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.90/89.15
2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนของนักเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ดังนี้
        2.1 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.13 คิดเป็นร้อยละ 42.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.28 และคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.04 คิดเป็นร้อยละ 42.61 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.33 แสดงทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน
2.2 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 36.89 คิดเป็นร้อยละ 92.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.55 สูงกว่าคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 17.13 คิดเป็นร้อยละ 42.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.28 และเมื่อทดสอบค่า t ได้เท่ากับ 63.97 แสดงว่า นักเรียนมีผลการพัฒนาทักษะการทำงานหลังเรียนจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.3 ผลการพัฒนาทักษะการทำงานจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนของกลุ่มควบคุมหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 35.46 คิดเป็นร้อยละ 88.64 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.15 สูงกว่าคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 17.04 คิดเป็นร้อยละ 42.61 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.33 และเมื่อทดสอบค่า t ได้เท่ากับ 86.80 แสดงว่า นักเรียนมีทักษะการทำงานหลังเรียนจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.4 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองที่จัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน มีคะแนนวัดผลหลังเรียนของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 36.89 คิดเป็นร้อยละ 92.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.55 และคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 35.46 คิดเป็นร้อยละ 88.64 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.15 แสดงว่าผลการพัฒนาทักษะการทำงานหลังเรียนของกลุ่มทดลอง สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนอย่างแท้จริง
3. นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีความพึงพอใจในการใช้เอกสารประกอบการเรียน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.47 อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีระดับความพึงพอใจมากอันดับที่ 1 คือ กระบวนการจัดการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 2 คือ ด้านการวัดและประเมินผล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 3 คือ ด้านเนื้อหาสาระ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.49 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 4 คือ ด้านสื่อการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 5 คือ ด้านเอกสารประกอบการเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 4.32 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจในการใช้เอกสารประกอบการเรียนตามที่คาดหวังไว้
um1606 19 ก.ย. 2556 เวลา 15:06 น. 0 475
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^