LASTEST NEWS

20 ก.ค. 2560สมศ.ทดลองประเมินคุณภาพแนวใหม่ 20 ก.ค. 2560(เงินเดือน18,000)ไม่ต้องผ่าน ภาค ก 61 อัตราสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 19 ก.ค. 2560กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดสอบพนักงานราชการ 33 อัตรา (วุฒิม.3, ปวช.ทุกสาขา ปวส.ทุกสาขา ป.ตรีทุกสาขา) 19 ก.ค. 2560ศธ.เอาจริงสั่งสกอ.ยกเครื่องกฎรับน้อง 19 ก.ค. 2560แนะเพิ่มงบเรียนฟรี15ปี-ส่งตรงถึงมือเด็ก 19 ก.ค. 2560สพป.อุดรธานี เขต 1 เปิดสอบครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ 22 อัตรา สมัคร24-28ก.ค.60 19 ก.ค. 2560สพป.นครสวรรค์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูพี่เลี้ยง 18 ก.ค. 2560สพป.นครสวรรค์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร23-29ก.ค.60 18 ก.ค. 2560สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง เรียกบรรจุครูผู้ช่วยหมดบัญชีแล้ว 16 วิชาเอก 18 ก.ค. 2560​คณบดี ม.พะเยาชี้ทั่วโลกผลิตครู 4 ปี ไทยใช้หลักสูตร 5 ปีแต่แต้ม PISA ร่วง

ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียน

usericon

ชื่อเรื่อง		การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียน
ชื่อเรื่อง        การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล
บ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
ผู้วิจัย        นางบุญเชิญ ศรีอินทร์
ปีการศึกษา    2555

บทคัดย่อ

การพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน ง14101 กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีวัตถุประสงค์เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนดังนี้
1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มทดลอง
3) เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรก่อนเรียนและหลังเรียนของกลุ่มควบคุม
4) เพื่อเปรียบเทียบเพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตรหลังเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ในการใช้เอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยดำเนินการสอนด้วยตนเอง
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. เอกสารประกอบการเรียน หน่วย งานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 85.90/89.15
2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนของนักเรียนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ดังนี้
        2.1 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.13 คิดเป็นร้อยละ 42.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.28 และคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.04 คิดเป็นร้อยละ 42.61 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.33 แสดงทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน
2.2 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 36.89 คิดเป็นร้อยละ 92.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.55 สูงกว่าคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 17.13 คิดเป็นร้อยละ 42.82 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.28 และเมื่อทดสอบค่า t ได้เท่ากับ 63.97 แสดงว่า นักเรียนมีผลการพัฒนาทักษะการทำงานหลังเรียนจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.3 ผลการพัฒนาทักษะการทำงานจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนของกลุ่มควบคุมหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 35.46 คิดเป็นร้อยละ 88.64 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.15 สูงกว่าคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนที่มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 17.04 คิดเป็นร้อยละ 42.61 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.33 และเมื่อทดสอบค่า t ได้เท่ากับ 86.80 แสดงว่า นักเรียนมีทักษะการทำงานหลังเรียนจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนจริงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.4 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทำงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี หน่วยงานบ้าน งานประดิษฐ์ และงานเกษตร ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มทดลองที่จัดการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน มีคะแนนวัดผลหลังเรียนของกลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 36.89 คิดเป็นร้อยละ 92.23 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.55 และคะแนนวัดทักษะการทำงานก่อนเรียนของกลุ่มควบคุมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 35.46 คิดเป็นร้อยละ 88.64 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.15 แสดงว่าผลการพัฒนาทักษะการทำงานหลังเรียนของกลุ่มทดลอง สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เอกสารประกอบการเรียนอย่างแท้จริง
3. นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาลบ้านตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีความพึงพอใจในการใช้เอกสารประกอบการเรียน มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.47 อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีระดับความพึงพอใจมากอันดับที่ 1 คือ กระบวนการจัดการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 2 คือ ด้านการวัดและประเมินผล มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 3 คือ ด้านเนื้อหาสาระ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.49 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 4 คือ ด้านสื่อการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 ระดับความพึงพอใจอันดับที่ 5 คือ ด้านเอกสารประกอบการเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 4.32 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจในการใช้เอกสารประกอบการเรียนตามที่คาดหวังไว้
um1606 19 ก.ย. 2556 เวลา 15:06 น. 0 397
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^