การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู
LASTEST NEWS

15 ส.ค. 2561บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ รับสมัครพนักงาน 328 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา-ป.ตรีทุกสาขา 15 ส.ค. 2561ไฟเขียวแก้กฎศธ.ห้าม"นร.-นศ." แสดงชู้สาวทุกที่-ทุกเวลา 15 ส.ค. 2561กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 2 อัตรา (สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561) 15 ส.ค. 2561กำหนดการจัดงานศิลปหัตถกรรมระดับภาค ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561 15 ส.ค. 2561ใช้งบเหลือจ่ายสพฐ.ปี 61เคลียร์ภาระงานครู 14 ส.ค. 2561ที่พักฟรี! โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง รวม 16 อัตรา 14 ส.ค. 2561"คุรุสภา" เดินเครื่องทำคลังข้อสอบตั๋วครู 14 ส.ค. 2561นายกฯ ปลื้มโครงการคูปองพัฒนาครู 14 ส.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ.ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการกำหนดกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจลงโทษฯ และกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนฯ 14 ส.ค. 2561สพฐ.รับนโยบาย'หมอธี'ลดภาระงานครูเพิ่มเวลาสอนเด็กเต็มที่ขึ้น

การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู

usericon

การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง  ทศนิยมและเศษส่วน  กลุ่มสาระการเรียนรู
ชื่อเรื่อง : การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี
ชื่อผู้วิจัย : นางปานวาด ปานอุทัย
ปีที่วิจัย : 2555

บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์มี 3 ข้อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อ การเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา อำเภอเมืองลพบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 3 จำนวน 14 คน การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยปฏิบัติการซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นคือ 1) ขั้นวางแผน 2) ขั้นการปฏิบัติการ 3) ขั้นการสังเกตการณ์ และ 4) ขั้นการสะท้อนผล ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการพัฒนา 1 วงรอบ และได้ออกแบบการวิจัยเป็นแบบทดสอบวัดผลก่อนและหลังปฏิบัติการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องทศนิยมและเศษส่วน จำนวน11 แผน 2) แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องทศนิยมและเศษส่วน จำนวน 11 ชุด 3)แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน เรื่องทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี จำนวน 10 ข้อ ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลตามแผนการวิจัยด้วยตนเองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2555 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2556 และได้วิเคราะห์ข้อมูลหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ t-test แบบ Independent


    ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
            1.แบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.47/86.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ แสดงว่า แบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
            2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี ด้วยแบบฝึกทักษะสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
            3.ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก
:em1:
Aorbunsom 18 ก.ย. 2556 เวลา 12:19 น. 0 1,725
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^