LASTEST NEWS

18 ส.ค. 2562ครูภาคกลางและภาคตะวันออก ยื่นหนังสือ วอนเสมา1 ทบทวนคืนตำแหน่งให้โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน 18 ส.ค. 2562เครือข่ายฯ ค้านใช้ใบรับรองความเป็นครู “สมหวัง-ดิเรก” ร่วมติง 18 ส.ค. 2562สพป.พระนครศรีอยุธายา เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง 6 อัตรา 18 ส.ค. 2562สภาครูฯยื่น 5 ข้อให้เสมา1 เร่งปฏิรูการศึกษา และควรเร่งเคลียร์ทุกปัญหาที่คาใจครู 18 ส.ค. 2562กสถ. แจงข้อสงสัยกรณีข้อวิจารณ์ข้อสอบท้องถิ่นรั่ว มีการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ 17 ส.ค. 2562ลพบุรี เปิดระบบเว็บออนไลน์ ดูคะแนนสอบครูผู้ช่วย แค่กรอกรหัสประชาชน ไม่ต้องบันทึกให้ยุ่งยาก 17 ส.ค. 2562สพฐ.ได้ตัวเลข"อาหารกลางวัน" อัตราใหม่แล้ว คิดตามขนาดรร."เล็ก- กลาง - ใหญ่ "เตรียมชงรมว.ศธ.พิจารณาต่อไป 17 ส.ค. 2562สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัคร 8-29 สิงหาคม 2562 17 ส.ค. 2562รอบ 14 มาแล้ว สถ.เตรียมเรียกบรรจุเป็น ขรก.ส่วนท้องถิ่น 17 ส.ค. 2562โรงเรียนชุมชนวัดบางไผ่ เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 21-27 สิงหาคม 2562

การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู

usericon

การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง  ทศนิยมและเศษส่วน  กลุ่มสาระการเรียนรู
ชื่อเรื่อง : การพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี
ชื่อผู้วิจัย : นางปานวาด ปานอุทัย
ปีที่วิจัย : 2555

บทคัดย่อ
    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์มี 3 ข้อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการพัฒนาแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อ การเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา อำเภอเมืองลพบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 3 จำนวน 14 คน การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยปฏิบัติการซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นคือ 1) ขั้นวางแผน 2) ขั้นการปฏิบัติการ 3) ขั้นการสังเกตการณ์ และ 4) ขั้นการสะท้อนผล ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการพัฒนา 1 วงรอบ และได้ออกแบบการวิจัยเป็นแบบทดสอบวัดผลก่อนและหลังปฏิบัติการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 4 ชนิด คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องทศนิยมและเศษส่วน จำนวน11 แผน 2) แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่องทศนิยมและเศษส่วน จำนวน 11 ชุด 3)แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน เรื่องทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี จำนวน 10 ข้อ ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูลตามแผนการวิจัยด้วยตนเองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2555 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2556 และได้วิเคราะห์ข้อมูลหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ t-test แบบ Independent


    ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
            1.แบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.47/86.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ แสดงว่า แบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
            2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี ด้วยแบบฝึกทักษะสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
            3.ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนโคกลำพานวิทยา จังหวัดลพบุรี ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก
:em1:
Aorbunsom 18 ก.ย. 2556 เวลา 12:19 น. 0 2,209
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^