LASTEST NEWS

23 พ.ย. 2560‘ครูวัลย์’ เล็งฟ้องให้ลำดับ 18 โมฆะ หึ่งมติกศจ.ตากส่อไม่ชอบกม. เหตุอำนาจบรรจุเป็นของ ‘ศธจ.’ 23 พ.ย. 2560เอาแน่!!ปี61สอบครูผู้ช่วยภาค ก ใช้แบบ ก.พ. 23 พ.ย. 2560ยกระดับ"สอบครู"ใช้เกณฑ์ก.พ. 23 พ.ย. 2560แชร์เก็บไว้เลย! แจกฟรี!! เอกสารเตรียมสอบ และกลยุทธ์พิชิตครูผู้ช่วย ปี61 โดยขงเบ้ง 23 พ.ย. 2560เช็คเลย! มาแล้ว สรุปตำแหน่งว่าง การคัดเลือกฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 23 พ.ย. 2560บอร์ดก.ค.ศ.เห็นชอบ ปี61 ใช้หลักเกณฑ์ใหม่ สอบครูผู้ช่วย ยึดแนวการสอบแบบก.พ. 23 พ.ย. 2560"หลักฐานที่ใช้ในการสมัครสอบ ครูคืนถิ่น 60" เช็คคร่าวๆ ก่อนรอเกณฑ์ประกาศฉบับจริง 23 พ.ย. 2560สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 7 อัตรา (สมัคร24-30พ.ย.60) 23 พ.ย. 2560กบข. แนะนำช่องทางใหม่ในการตรวจสอบยอดเงินของสมาชิกผ่านตู้ Smart Kiosk 23 พ.ย. 2560เปิดขั้นตอนและวิธีการสมัครโครงการครูคืนถิ่น สมัคร27พ.ย.-16ธ.ค.60

คณิตศาสตร์ ป.2

usericon

ชื่อวิจัย        การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกและการลบจำนวนนับที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 1,000 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
    ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
ชื่อผู้วิจัย    นายวีระพงษ์ พลเยี่ยม
โรงเรียน    บ้านหนองหิ่งหาย อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด
ปีการศึกษา    2557    ภาคเรียนที่ 1

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์เรื่องการบวกและการลบจำนวนนับที่มีผลลัพธ์และตัวตั้งไม่เกิน 1,000 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ร้อยละ 70 ขึ้นไปกลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านหนองหิ่งหาย อำเภอโพนทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 จำนวน 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ จำนวน 16 แผน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบบันทึกผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ แบบสัมภาษณ์ แบบฝึกทักษะ และแบบทดสอบย่อยท้ายวงจร 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ รูปแบบการวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวงจรปฏิบัติ 4 วงจร คือ วงจรปฏิบัติที่ 1 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 – 4 วงจรปฏิบัติที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 – 8 วงจรปฏิบัติที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่
9 – 12 วงจรปฏิบัติที่ 4 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 – 16 โดยมีระยะเวลาดำเนินการทดลองตั้งแต่ วันที่ 16 มิถุนายน 2557– วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัยคือ ขั้นวางแผน (Planning) ผู้วิจัยร่วมกับผู้ช่วยวิจัยร่วมกันศึกษา วิเคราะห์ปัญหา และสร้างเครื่องมือในการวิจัย ขั้นการปฏิบัติการ (Action) ผู้วิจัยดำเนินการตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น ขั้นการสังเกตการณ์ (Observation) ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยสังเกตและรวบรวมข้อมูลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบบันทึกการสังเกตการจัดกิจกรรมของครู แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน แบบบันทึกผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบสัมภาษณ์นักเรียน และขั้นการสะท้อนผลการปฏิบัติ (Reflection) ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากขั้นสังเกตการณ์มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ในครั้งต่อไป เมื่อสิ้นสุดการดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละวงจรนักเรียนทำแบบทดสอบย่อยท้ายวงจรเพื่อประเมินประสิทธิภาพ และเมื่อสิ้นสุดการจัดการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การสะท้อนผลการปฏิบัติ ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมมาวิเคราะห์และสรุปรายงานผลใน2 ลักษณะคือ 1) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าร้อยละ 2) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ
    ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆด้วยตนเองมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน เกิดทักษะในการทำงานกลุ่ม สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ มีการร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รู้จักยอมรับฟังความคิดเห็นและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 79.23 สูงกว่าเกณฑ์การประเมินที่กำหนดร้อยละ 70 และมีนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 85.71 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร้อยละ 70 ขึ้นไป ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์จำนวนนักเรียนที่กำหนดร้อยละ 75

ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^