LASTEST NEWS

10 ธ.ค. 2559สพม.6 เปิดสอบพนักงานราชการครู 10 วิชาเอก จำนวน 22 อัตรา สมัคร13-20ธันวาคม2559 10 ธ.ค. 2559สพม.22 เปิดสอบพนักงานราชการครู 28 อัตรา สมัคร 13-19 ธันวาคม 2559 10 ธ.ค. 255910 วิธีทำให้ชีวิตการเป็นครูมีความสุขอยู่ในโรงเรียน.. 10 ธ.ค. 2559สกสค.-ออมสิน ฟ้องครู 2,000 รายจงใจเบี้ยวชำระหนี้ 10 ธ.ค. 25599 มทร.ยันปี’60 กลับไป’เปิด-ปิด’ภาคเรียนตามเดิม จี้หาข้อสรุปรับตรงร่วม-เคลียริ่งเฮ้าส์ 2 ครั้ง 10 ธ.ค. 2559สพม.20 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 14 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.ชัยภูมิ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 10 อัตรา 10 ธ.ค. 2559สพป.เลย เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 6 อัตรา สมัคร12-18ธ.ค.2559 09 ธ.ค. 2559“5 ธันวาฯ”ยังให้เป็น“วันพ่อแห่งชาติ”ต่อไป 08 ธ.ค. 2559ค้าน "คลัง" ยกงบ7หมื่นล.ให้ประกันดูแลสวัสดิการขรก.

วิจัย

usericon

การประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน โรงเรียนบ้านหลักด่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3

บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพครู และบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน ปีการศึกษา 2556 ของโรงเรียนบ้านหลักด่าน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 ในด้านสภาวะแวดล้อม ด้านปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต โดยใช้กรอบแนวคิดการประเมินตามรูปแบบ CIPP Model กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบ้านหลักด่าน จำนวน 7 คน และนักเรียนโรงเรียนบ้านหลักด่าน จำนวน 71 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) และ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( )
    ผลการศึกษา พบว่า
    1. ความเหมาะสมของสภาวะแวดล้อมของโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน ตามความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำแนกโดยรวมอยู่ในระดับ มาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ วัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับสภาพปัจจุบันและปัญหาของโรงเรียน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ เป็นโครงการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน
    2. ความพร้อมของปัจจัยในการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน ตามความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำแนกโดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านบุคลากร ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านวัสดุอุปกรณ์ และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ บุคลากรได้รับคำสั่งมอบหมายงานอย่างชัดเจน และ ผู้บริหารโรงเรียนให้การสนับสนุน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ มีห้องสมุดที่ได้มาตรฐาน
3. ความเหมาะสมในการดำเนินการด้านกระบวนการของโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน ตามความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำแนกโดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ขั้นดำเนินงาน ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ขั้นเตรียมการ และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การประชุมประจำเดือน ประชุมคณะกรรมการดำเนินโครงการ การศึกษา ดูงาน และ ครูมีการนำผลงานการวิจัยในชั้นเรียนไปพัฒนาตนเองและพัฒนางาน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การใช้งบประมาณเป็นไปตามแผนและเพียงพอ
    4. ความเหมาะสมในด้านผลผลิตของโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน ตามความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำแนกโดยรวม อยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านครูผู้สอน ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านผู้บริหารโรงเรียน และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ผู้เรียนที่มีปัญหาในการเรียนได้รับการสอนซ่อมเสริม และ ครูอบรมสั่งสอนผู้เรียนให้ปฏิบัติตามระเบียบและเอาใจใส่ดูแลผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ผู้เรียนใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้
    5. ผลการปฏิบัติงานของครูเกี่ยวกับการจัดทำวิจัยในชั้นเรียนตามโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน ตามความคิดเห็นของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำแนกโดยรวมอยู่ในระดับ มาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการวิจัยในชั้นเรียน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การกำหนดตัวแปรในการวิจัยในชั้นเรียน และ การกำหนดวิธีการหรือสร้างนวัตกรรมในการวิจัยในชั้นเรียน
    6. ความพึงพอใจของครูต่อการจัดกิจกรรมการวิจัยในชั้นเรียนตามโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน จำแนกโดยรวมอยู่ในระดับ มาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ศึกษาดูงานทำให้เกิดประสบการณ์ในการพัฒนากิจกรรมการเรียน การสอน ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ การสนทนาทางวิชาการเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
    7. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครู ตามโครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านการวิจัยในชั้นเรียน จำแนกโดยรวม อยู่ในระดับ มาก โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ครูสร้างความสัมพันธ์และบรรยากาศในห้องเรียน ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ นักเรียนร่วมกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้
jiwattung 25 พ.ย. 2558 เวลา 09:29 น. 0 80
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^