LASTEST NEWS

20 ส.ค. 2560กยศ. เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงาน 16 อัตรา (วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,750บ.) 19 ส.ค. 2560สพป.เชียงใหม่ เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ จำนวน 4 อัตรา 19 ส.ค. 2560วุฒิม.6 ขึ้นไป ไม่ต้องมีวุฒิครู สพป.สมุทรสาคร เปิดสอบพี่เลี้ยงเด็กพิการ 4 อัตรา 19 ส.ค. 2560สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว 7 อัตรา 19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค S

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค S
บทคัดย่อ

    การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555
โรงเรียนตูมพิทยานุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 จำนวน 23 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Selected) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ แผนการจัดการการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยได้ออกแบบและจัดทำขึ้น และบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง Comparison ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ที่มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.23 - 0.78 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.25 - 0.83 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเท่ากับ 0.85 และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.25 ถึง 0.89 มีค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับเท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ สถิติ Nonparametric แบบ Wilcoxon Matched-Pairs Signed-Ranks Test
    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
        1. บทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 86.83/84.51 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
        2. บทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.62 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 62
        3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison หลังจากเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยรวมอยู่ในระดับมาก
( = 4.21, S.D. = 0.71)

    สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD เรื่อง Comparison สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญและเป็นประโยชน์กับนักเรียน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทำให้ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน ดังนั้นควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสาระการเรียนรู้อื่น ๆ หรือระดับชั้นอื่น ๆ นำบทเรียนสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิค STAD ไปเป็นนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติ และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ต่อไป
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^