LASTEST NEWS

20 ม.ค. 2560สพป.มุกดาหาร เปิดสอบพนักงานราชการครู ลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง 13 อัตรา 20 ม.ค. 2560ล่าสุด เปิดสอบท้องถิ่น 2560 กสถ.ออกหนังสือแจ้งการดำเนินการสอบเข้ารับราชการ ท้องถิ่น ปีพ.ศ.2560 20 ม.ค. 2560ระดมอาเซียนร่างมาตรฐานวิชาชีพครู 20 ม.ค. 2560สำนักงาน กศน.จังหวัดสระบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครูกศน.ตำบล, นักวิชาการศึกษา และบรรณารักษ์ รวม 6อัตรา 20 ม.ค. 2560รับเยอะ 10 อัตรา เงินเดือน 15,000บ. สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 เปิดรับสมัครครูธุรการ 20 ม.ค. 2560เปิดรับ 8 อัตรา (( ตำแหน่งครูพี่เลี้ยงเด็กพิการ )) วุฒิม.6ขึ้นไป หรือสูงกว่า ที่สพป.สุโขทัย เขต 1 20 ม.ค. 2560สพป.สุโขทัย เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน สมัคร27ม.ค.-6ก.พ.2560 20 ม.ค. 2560(ไม่ต้องมีวุฒิครู รับวุฒิม.6 ขึ้นไป) เปิดสอบพนักงานราชการ ครูพี่เลี้ยง เงินเดือน10,430บ. สมัคร27ม.ค.-6ก.พ.60 19 ม.ค. 2560สำหรับ ป.ตรี วท.บ. และ วศ.บ. ที่อยากเป็นครู จบแล้วบรรจุในคุณวุฒิป.โท 19 ม.ค. 2560สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน

รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

usericon

รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
บทคัดย่อ

    รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ในครั้งนี้ ใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) และ 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 1 เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ที่เรียนโดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ให้นักเรียนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนทุ่งใหญ่รัตนศึกษา ปีการศึกษา 2555 จำนวน 37 คน
     เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติ ได้แก่ แผนปฐมนิเทศ จำนวน 1 แผน และแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว จำนวน 15 แผน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานและประเมินผลงานกลุ่ม และแบบทดสอบท้ายวงจร และ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
    รูปแบบที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ดำเนินการตามหลักของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นวางแผน 2) ขั้นปฏิบัติการ 3) ขั้นสังเกตการณ์ และ 4) ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ โดยแบ่งวงจรการปฏิบัติเป็น 2 วงจร คือวงจรที่ 1 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-7 และวงจรที่ 2 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 – 15 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย คือขั้นวางแผน ผู้วิจัยศึกษาสภาพปัญหา ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ขั้นปฏิบัติการ ผู้วิจัยดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจัดการเรียนรู้ ขั้นสังเกตการณ์ ผู้วิจัยสังเกตรวบรวมข้อมูลจากการเรียนการสอนโดยใช้แบบบันทึกการเรียนระหว่างเรียน ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ ผู้วิจัยวิเคราะห์ ประเมิน สรุป และเสนอแนะการจัดกิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกันกับผู้เรียน เพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
    ผลการวิจัย พบว่า
    1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) เป็นกิจกรรมที่นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับ
กลุ่มเพื่อน จนเกิดทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำวันได้ จึงสรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีดังนี้
คือ ขั้นที่ 1 ขั้นนำ/ทบทวนความรู้เดิม เป็นการจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ทบทวนความรู้เดิมจากที่เคยเรียนหรือมีประสบการณ์ผ่านมาแล้ว ซึ่งนักเรียนจะต้องตอบคำถามหรือทำกิจกรรมต่างๆ ตามที่กำหนด ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่และทำความเข้าใจข้อมูล เชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ กิจกรรมในขั้นนี้นักเรียนได้แสวงหาความรู้จากสถานการณ์ปัญหาที่ครูสร้างขึ้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเชื่อมโยงความรู้เดิมให้เข้ากับความรู้ใหม่ ขั้นที่ 3 ขั้นแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม กิจกรรมในขั้นนี้นักเรียนแต่ละกลุ่มได้รับใบงาน และปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย โดยนำความรู้ที่ตนเองค้นพบ ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนสมาชิกในกลุ่มเล็ก คือกลุ่มของตนเอง เพื่อจัดทำผลงานกลุ่มให้มีคุณภาพและสร้างสรรค์ ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและจัดระเบียบความรู้ นักเรียนได้สรุปหรือสร้างความคิดรวบยอดเกี่ยวกับความรู้จากเรื่องที่เรียน และครูช่วยสรุปจัดระเบียบความรู้ของนักเรียนให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นแสดงผลงาน นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ จากนั้นร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นและสรุปความรู้ร่วมกันอีกครั้ง แล้วให้นักเรียนกลุ่มย่อยนำผลงานกลุ่มของตนเองไปปรับปรุงแก้ไขจนสมบูรณ์ จัดตกแต่งผลงานให้สวยงามตามความคิดสร้างสรรค์ พร้อมที่จะนำไปจัดแสดงบนป้ายนิเทศหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยหรือในชั่วโมงว่าง เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษา เปรียบเทียบ ประเมินผลงานกลุ่มของตนเองกับเพื่อนและนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขผลงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป และขั้นที่ 6 ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ในขั้นนี้ครูจะให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่ครูจัดทำขึ้น เพื่อเพิ่มความชำนาญ ความเข้าใจ ความสามารถในการแก้ปัญหาและความจำในเรื่องที่นักเรียนได้เรียนรู้
    2.     ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า นักเรียนได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 73.87 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียน ผ่านเกณฑ์จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 78.40 ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป
naluemon 04 ก.ย. 2556 เวลา 22:25 น. 0 814
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^