LASTEST NEWS

19 พ.ย. 2560กศจ.สมุทรสงคราม เปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่2/2560 จำนวน 20 อัตรา สมัคร22-28พ.ย.60 19 พ.ย. 2560ที่ ศธ 04009/7373, 7374, 7375 ขอให้ไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุเข้ารับราชการ 19 พ.ย. 2560เช็คคุณสมบัติ ครูอัตราจ้างใดบ้าง? มีสิทธิ์สมัครสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่ 2 ปีพ.ศ.2560 19 พ.ย. 2560(( รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร )) สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่ 2 ปีพ.ศ.2560 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 19 พ.ย. 2560กศจ.เชียงใหม่ เปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่2/2560 จำนวน 72 อัตรา สมัคร22-28พ.ย.60 19 พ.ย. 2560กศจ.เชียงราย เปิดสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่2/2560 จำนวน 63 อัตรา สมัคร22-28พ.ย.60 18 พ.ย. 2560สพป.อ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการครู จำนวน 11 อัตรา สมัคร22-28พ.ย.60 18 พ.ย. 2560สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป สมัคร27พ.ย.-1ธ.ค.60 18 พ.ย. 2560"2 ครู สพฐ." ชวดบรรจุครูผู้ช่วย สะเทือนถึงโครงสร้าง "ภูมิภาค" 18 พ.ย. 2560กศจ.สุราษฎร์ธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 38 อัตรา - รายงานตัว 29พ.ย.2560

รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

usericon

รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
บทคัดย่อ

    รายงานผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ในครั้งนี้ ใช้เทคนิคการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) และ 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 1 เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ที่เรียนโดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ให้นักเรียนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนทุ่งใหญ่รัตนศึกษา ปีการศึกษา 2555 จำนวน 37 คน
     เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติ ได้แก่ แผนปฐมนิเทศ จำนวน 1 แผน และแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว จำนวน 15 แผน 2) เครื่องมือที่ใช้ในการสะท้อนผลการปฏิบัติ ได้แก่ แบบบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานและประเมินผลงานกลุ่ม และแบบทดสอบท้ายวงจร และ 3) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
    รูปแบบที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ดำเนินการตามหลักของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติ 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นวางแผน 2) ขั้นปฏิบัติการ 3) ขั้นสังเกตการณ์ และ 4) ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ โดยแบ่งวงจรการปฏิบัติเป็น 2 วงจร คือวงจรที่ 1 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-7 และวงจรที่ 2 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 – 15 ขั้นตอนการดำเนินการวิจัย คือขั้นวางแผน ผู้วิจัยศึกษาสภาพปัญหา ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องและสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) ขั้นปฏิบัติการ ผู้วิจัยดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจัดการเรียนรู้ ขั้นสังเกตการณ์ ผู้วิจัยสังเกตรวบรวมข้อมูลจากการเรียนการสอนโดยใช้แบบบันทึกการเรียนระหว่างเรียน ขั้นสะท้อนผลการปฏิบัติ ผู้วิจัยวิเคราะห์ ประเมิน สรุป และเสนอแนะการจัดกิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ร่วมกันกับผู้เรียน เพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
    ผลการวิจัย พบว่า
    1. การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องสมการเชิงเส้น
ตัวแปรเดียว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) เป็นกิจกรรมที่นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับ
กลุ่มเพื่อน จนเกิดทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในชีวิตประจำวันได้ จึงสรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โมเดลซิปปา (CIPPA Model) เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีดังนี้
คือ ขั้นที่ 1 ขั้นนำ/ทบทวนความรู้เดิม เป็นการจัดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ทบทวนความรู้เดิมจากที่เคยเรียนหรือมีประสบการณ์ผ่านมาแล้ว ซึ่งนักเรียนจะต้องตอบคำถามหรือทำกิจกรรมต่างๆ ตามที่กำหนด ขั้นที่ 2 ขั้นแสวงหาความรู้ใหม่และทำความเข้าใจข้อมูล เชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ กิจกรรมในขั้นนี้นักเรียนได้แสวงหาความรู้จากสถานการณ์ปัญหาที่ครูสร้างขึ้นจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยเชื่อมโยงความรู้เดิมให้เข้ากับความรู้ใหม่ ขั้นที่ 3 ขั้นแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกับกลุ่ม กิจกรรมในขั้นนี้นักเรียนแต่ละกลุ่มได้รับใบงาน และปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย โดยนำความรู้ที่ตนเองค้นพบ ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนสมาชิกในกลุ่มเล็ก คือกลุ่มของตนเอง เพื่อจัดทำผลงานกลุ่มให้มีคุณภาพและสร้างสรรค์ ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและจัดระเบียบความรู้ นักเรียนได้สรุปหรือสร้างความคิดรวบยอดเกี่ยวกับความรู้จากเรื่องที่เรียน และครูช่วยสรุปจัดระเบียบความรู้ของนักเรียนให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ขั้นที่ 5 ขั้นแสดงผลงาน นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ จากนั้นร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นและสรุปความรู้ร่วมกันอีกครั้ง แล้วให้นักเรียนกลุ่มย่อยนำผลงานกลุ่มของตนเองไปปรับปรุงแก้ไขจนสมบูรณ์ จัดตกแต่งผลงานให้สวยงามตามความคิดสร้างสรรค์ พร้อมที่จะนำไปจัดแสดงบนป้ายนิเทศหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยหรือในชั่วโมงว่าง เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษา เปรียบเทียบ ประเมินผลงานกลุ่มของตนเองกับเพื่อนและนำไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขผลงานของตนเองให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป และขั้นที่ 6 ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ในขั้นนี้ครูจะให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะที่ครูจัดทำขึ้น เพื่อเพิ่มความชำนาญ ความเข้าใจ ความสามารถในการแก้ปัญหาและความจำในเรื่องที่นักเรียนได้เรียนรู้
    2.     ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า นักเรียนได้คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 73.87 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียน ผ่านเกณฑ์จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 78.40 ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป
naluemon 04 ก.ย. 2556 เวลา 22:25 น. 0 963
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^