LASTEST NEWS

02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 01 ธ.ค. 2559สพป.ขอนแก่น เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา 01 ธ.ค. 2559คุณครูต้องอ่าน!! กรณีตัวอย่างการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ 30 พ.ย. 2559แชร์เลย!! สทศ.เปิดให้ดาวน์โหลดข้อสอบโอเน็ตทุกวิชา พร้อมเฉลย ชั้น ป.6 ม.3 ม.6

การจัดประสบการณ์แบบโครงการ เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร

usericon

เรื่อง        การจัดประสบการณ์แบบโครงการ เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
        ของเด็กปฐมวัย
สถานที่        โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ
ปีที่ศึกษา    ปีการศึกษา 2556
ผู้ศึกษา        นางกชมล รู้ยืนยงค์

บทคัดย่อ

    การศึกษาการจัดประสบการณ์แบบโครงการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบโครงการ ในทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการแสดงปริมาณ และทักษะการสื่อความหมาย
    กลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กปฐมวัยระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 30 คน โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ 1) แผนการจัดประสบการณ์แบบโครงการ เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย 39 แผน 2) โครงการจำนวน 3 โครงการ คือ โครงการสัตว์เลี้ยงน่ารัก โครงการมะพร้าวมหัศจรรย์ และโครงการดอกไม้ให้ประโยชน์ 3) แบบประเมินการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือค่าเฉลี่ย ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( ) และค่าร้อยละ (P) ผลการศึกษาพบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์แบบโครงการทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการแสดงปริมาณ และทักษะการสื่อความหมายสูงขึ้น คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.72 โดยเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ก่อนการจัดประสบการณ์ เด็กมีทักษะการสังเกตมีค่าเท่ากับ 57.11 ทักษะการจำแนกประเภทมีค่าเท่ากับ 56.44 ทักษะการแสดงปริมาณมีค่าเท่ากับ 56.44 และทักษะการสื่อความหมายมีค่าเท่ากับ 55.11 และหลังได้รับการจัดประสบการณ์แบบโครงการ มีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 92.72 เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ทักษะการสังเกตมีค่าเท่ากับ 96.67 ทักษะการจำแนกประเภทเท่ากับ 93.33 ทักษะการแสดงปริมาณมีค่าเท่ากับ 90.67 และทักษะการสื่อความหมายมีค่าเท่ากับ 90.22
kuyuphin2558 30 ก.ย. 2558 เวลา 13:59 น. 0 72
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^