LASTEST NEWS

17 ม.ค. 2560สพป.มุกดาหาร เปิดสอบพนักงานราชการครู ลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง 13 อัตรา 17 ม.ค. 2560ความเชื่อมั่นครูไทย...จากปี 52 ถึงปี 59 17 ม.ค. 2560นายกรัฐมนตรีระบุพร้อมคืนตำแหน่งข้าราชการครูให้นางจอมทรัพย์ หากสอบสวนแล้วไม่มีความผิดจริง 17 ม.ค. 2560สช.วอนปรับปฏิทินสอบ"ครูผู้ช่วย"ลดเอกชนสมองไหล 17 ม.ค. 2560ด่วน!! รับสมัครและสอบคัดเลือกเข้าศึกษา หลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครู 17 ม.ค. 2560ด่วนที่สุด สพฐ.แจ้งการจัดสรรงบประมาณปีพ.ศ.2560 เพื่อเป็นค่าตอบแทนจ้างครูสาขาขาดแคลน 17 ม.ค. 2560คลังเคาะลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบสอง เม.ย.นี้ เตรียมเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา-จน 1,500/เดือน 17 ม.ค. 2560แต่งตั้งข้าราชการครูฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 17 ม.ค. 2560นายกฯ ลั่นแก้ปัญหาหนี้ครูทั้งระบบ 17 ม.ค. 2560ไฟเขียวโยกเงินเดือน "รองผอ.ดอกจัน" ปรับเพิ่ม 24 เก้าอี้ "บิ๊กศึกษาธิการภาค" แทน

เผยแพร่ผลงาน

usericon

ชื่อเรื่องการวิจัย        จิตสาธารณะและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง พืชรอบตัวเรา
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ที่สอนโดยการเสริมกิจกรรมพัฒนาจิตสาธารณะ
โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน (ประชาธิปถัมภ์)
ผู้วิจัย            นางศิริวรรณ จันทวงศ์
ปีการศึกษา        2556 ภาคเรียนที่ 1

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม (2) เพื่อศึกษาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ให้มีจำนวนนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม (3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์ (ว 11101) ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ก่อนการพัฒนาและหลังการพัฒนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ (4) เพื่อศึกษาความ พึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงบูรณาการ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน (ประชาธิปถัมภ์) สังกัดเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) แผนการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการ (2) แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (3) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ และ (4) แบบประเมินความ พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยร้อยละ การทดสอบแบบที และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอด้วยตารางประกอบการบรรยาย
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ (ว 11101) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์ มีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 33 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 36 คน คิดเป็นร้อยละ 91.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 75 และมีค่าคะแนนเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 39.81 คะแนน จากคะแนนเต็ม 45 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 88.46 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.50
2. ผลการวัดทักษะการคิดวิเคราะห์ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์ มีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 32 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 36 คน คิดเป็นร้อยละ 88.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 75 และมีค่าคะแนนเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 16.11 คะแนน จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 80.56 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.45
3. คะแนนผลสัมฤทธิ์หลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย มีคะแนนหลังเรียน ( = 39.81) สูงกว่าคะแนนก่อนเรียน ( = 31.11) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผลความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้เชิงบูรณาการเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์วิชาวิทยาศาสตร์ โดยภาพรวมพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ( = 4.43, S.D. = 0.06)
Siriwan.addy 16 ส.ค. 2558 เวลา 07:53 น. 1 147
usericon

ชื่อเรื่อง            การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ว21101
            เรื่อง สารละลายและสารละลายกรด เบส ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย            นางสาวไข่ศร เข็มธนู
ตำแหน่ง        ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานศึกษา        โรงเรียนพิบูลมังสาหาร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
            กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย    

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ว21101 เรื่อง สารละลายและสารละลายกรด เบส ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 2) หาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ก่อนเรียนกับ หลังเรียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนด้วย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 โรงเรียนพิบูลมังสาหาร ที่เรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 43 คน โดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ใช้แบบแผนการวิจัย One Group Pretest – Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ มีค่าความยากง่ายเท่ากับ 0.34 – 0.66 ค่าอำนาจจำแนก 0.20 – 0.76 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบที (t-test) แบบ Dependent
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ว21101 เรื่อง สารละลายและสารละลายกรด เบส ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.69/83.43 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนดไว้ 80/80 2) ผลการหาค่าดัชนีประสิทธิผลของ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6528 ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.28 3) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ว21101 เรื่อง สารละลายและสารละลายกรด เบส พบว่า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) ผลการศึกษาความ พึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ว21101 เรื่อง สารละลายและสารละลายกรด เบส พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.47,S.D.=0.98)
ความคิดเห็นที่ #1 khaisorn57 16 ส.ค. 2558 เวลา 15:47 น. 223.205.xxx.xxx
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^