LASTEST NEWS

28 มี.ค. 2560​ดาวน์โหลด! PowerPoint ชี้แจงดำเนินการสอบแข่งขัน ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปีพ.ศ.2560 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1858 ลว28มี.ค.2560 เรื่อง การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 28 มี.ค. 2560ตอบปัญหาคาใจ 12ข้อสงสัย สอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป 2560 (กรณีไม่มี/มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู) 28 มี.ค. 2560"หมอธี" เผยก.ค.ศ.ให้ 25 สาขาไม่มีตั๋วครู สอบครูผู้ช่วยได้ 28 มี.ค. 2560ศธ.เดินหน้าสอบครูผู้ช่วยไม่มีใบประกอบวิชาชีพ 25 สาขา 28 มี.ค. 2560ผลการประชุม ก.ค.ศ. เปิดสอบบครูผู้ช่วย 6,437 อัตรา ไม่มีใบประกอบวิชาชีพฯ สมัครสอบได้ 25 สาขา 28 มี.ค. 2560ทบทวนเกณฑ์สอบครูใหม่ 28 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด...ก.ค.ศ.กำหนดเฉพาะ 25 สาขา ไม่ต้องใช้ตั๋วครู 36 สาขา ต้องใช้ตั๋วครู 28 มี.ค. 2560เช็ครายชื่อ 61 กลุ่มวิชาเอก ที่ใช้เปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560 28 มี.ค. 2560เปิด 10จังหวัด ที่มีอัตราว่างมากที่สุด ใช้สำหรับเปิดสอบครูผู้ช่วย รอบทั่วไป ปี2560

รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรีย

usericon

ชื่อผลงาน : รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ
ผู้ประเมิน : นางลักขณา เสริมสุข
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมหาการ
หน่วยงาน : โรงเรียนวัดมหาการ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ปีการศึกษา : 2557

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

    การประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมของการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ 2) เพื่อประเมินปัจจัยของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ 3) เพื่อประเมินกระบวนการของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ 4) เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ การประเมินใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลมีจำนวนทั้งสิ้น 48 คน แบ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน ผู้รับผิดชอบโครงการและครู จำนวน 3 คน นักเรียน จำนวน 14 คน และผู้ปกครอง จำนวน 14 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ประกอบด้วยแบบสอบถาม จำนวน 7 ฉบับ ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมของการประเมิน (ฉบับที่ 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับความเหมาะสมของเนื้อหาตามโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ (ฉบับที่ 2) แบบสอบถามเกี่ยวกับความเหมาะสมด้านปัจจัยในการดำเนินการตาม
โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ (ฉบับที่ 3) แบบสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ (ฉบับที่ 4) แบบสอบถามด้านผลผลิตของโครงการ (ฉบับที่ 5) แบบสอบถามด้านผลผลิตประเด็นความพึงพอใจของผู้รับผิดชอบโครงการและครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครอง (ฉบับที่ 6) และแบบสอบถามด้านผลผลิตประเด็นความพึงพอใจของนักเรียน (ฉบับที่ 7) เครื่องมือทั้ง 7 ฉบับ มีค่าความเชื่อมั่นตั้งแต่ 0.80 - 0.95 เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ผลการประเมินและข้อเสนอแนะ สรุปได้ ดังนี้



ผลการประเมิน
ผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ พบว่า ประเด็นการประเมินและตัวชี้วัดทุกตัว ผ่านเกณฑ์การประเมิน ทั้งหมด ดังนี้
    1. ผลการประเมินด้านบริบท (Context) ประเด็นสภาพแวดล้อมของโครงการ โดยการประเมิน 4 ตัวชี้วัด พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก และตัวชี้วัดทั้ง 4 ตัวชี้วัด มีดังนี้
    1.1 ความต้องการจำเป็นของโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก
    1.2 ความเหมาะสมในการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก
    1.3 ความเป็นไปได้ในการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก
    1.4 ความเหมาะสมของเนื้อหาตามโครงการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก
    2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ประเด็นปัจจัยของโครงการโดยการประเมินจำนวน 7 ตัวชี้วัด พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก และตัวชี้วัดทั้ง 7 ตัวชี้วัด มีดังนี้
        2.1 คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ อยู่ในระดับมากที่สุด
        2.2 งบประมาณอยู่ในระดับมาก
        2.3 วัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมืออยู่ในระดับปานกลาง
        2.4 เอกสารต่าง ๆ อยู่ในระดับปานกลาง
        2.5 อาคาร สถานที่อยู่ในระดับมาก
        2.6 ความร่วมมืออยู่ในระดับปานกลาง
        2.7 ความเข้าใจอยู่ในระดับมากที่สุด
    3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ (Process) ประเด็นกระบวนการดำเนินโครงการโดยการประเมิน 5 ตัวชี้วัด พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก และตัวชี้วัด ทั้ง 5 ตัวชี้วัดมีดังนี้
        3.1 การดำเนินงานตามแผนอยู่ในระดับมาก
        3.2 การให้ความสำคัญของผู้รับผิดชอบอยู่ในระดับมาก
        3.3 การติดตามโครงการอยู่ในระดับมาก
        3.4 การสื่อสารอยู่ในระดับมาก
        3.5 การประสานงานอยู่ในระดับมาก
    4. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product) ประเด็นผลผลิตของโครงการ โดยการประเมินจำนวน
5 ตัวชี้วัด พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมากที่สุด และตัวชี้วัดทั้ง 5 ตัวชี้วัดมีดังนี้
        4.1 ประเด็นผลการประเมินกิจกรรมโครงการส่งเสริมนิสับรักการอ่านทั้ง 5 กิจกรรมของนักเรียนอยู่ในระดับมาก
     4.2 ประเมินนิสัยรักการอ่านของนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด
4.3 ประเมินพฤติกรรมในการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด
     4.4 ประเด็นความพึงพอใจของผู้รับผิดชอบโครงการและครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและ ผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ อยู่ในระดับมากที่สุด
        4.5 ประเด็นความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ อยู่ในระดับมากที่สุด
    5. ผลการประเมินโครงการในภาพรวมของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก ประเด็นการประเมินทั้ง 4 ประเด็น พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินและอยู่ในระดับมาก 3 ประเด็น คือ ประเด็นสภาพแวดล้อมของโครงการ ประเด็นปัจจัยของโครงการ และประเด็นกระบวนการดำเนินโครงการ ส่วนประเด็นผลผลิตของโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด และตัวชี้วัดทั้ง 21 ตัวชี้วัด พบว่า ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้ง 21 ตัวชี้วัด และอยู่ในระดับปานกลาง 3 ตัวชี้วัด และอยู่ในระดับมาก 12 ตัวชี้วัด และอยู่ในระดับมากที่สุด 6 ตัวชี้วัด

ข้อเสนอแนะ
    จากผลการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ ผู้ประเมินโครงการมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
    1. ข้อเสนอแนะในการพัฒนาส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียน
    1.1 ควรมีการวางแผนการดำเนินงานตามโครงการไว้ในแผนปฏิบัติการหรือของโรงเรียน เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการในระยะยาว
    1.2 ควรประชาสัมพันธ์กิจกรรมของโครงการให้ทุกฝ่ายได้ทราบถึงความต้องการจำเป็นและการเตรียมการทั้งด้านคน งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือ ตลอดจนขั้นตอนกิจกรรม เพื่อจะได้เห็นความสำคัญของการพัฒนา ความต้องการจำเป็น และเตรียมการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    1.3 ด้านบริบทของโครงการควรมีการชี้แจงให้ครูและผู้เกี่ยวข้องทราบถึงประโยชน์ของการดำเนินโครงการ รวมทั้งทำความเข้าใจจุดประสงค์และเป้าหมายของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ ให้ทุกคนได้รับทราบ
    1.4 ด้านปัจจัยนำเข้าควรเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือให้เพียงพอและตรงกับความต้องการใช้งานในโครงการ รวมทั้งการเตรียมงบประมาณ บุคลากรที่รับผิดชอบที่มีความเหมาะสมทั้งจำนวนและความรู้ความสามารถ และการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ควรพิจารณาตัวบุคคลให้เหมาะสม กระจายอำนาจการดำเนินการให้ครอบคลุมภารกิจ มอบหมายภารกิจให้ชัดเจน ตลอดทั้งจัดประชุมคณะกรรมการให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน
    1.5 ด้านกระบวนการควรเน้นการให้ความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ
    2. ข้อเสนอแนะเพื่อการประเมินโครงการในครั้งต่อไป
    2.1 จากการประเมินโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ พบว่า สามารถจัดทำได้ในทุกโรงเรียนทุกระดับเพียงแต่ควรมีการปรับปรุงกิจกรรม การปฏิบัติให้มีความเหมาะสมกับระดับการศึกษา บริบทของสถานศึกษา สภาพแวดล้อมของโรงเรียนหรือท้องถิ่น ควรเลือกกิจกรรมที่มีความเหมาะสม ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากในระยะยาวและยั่งยืน
    2.2 ควรมีการประเมินความคงสภาพของโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของนักเรียนโรงเรียนวัดมหาการ อย่างเป็นระยะ
mowlukkana19 04 พ.ค. 2558 เวลา 18:39 น. 0 154
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^