รายงานการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม
LASTEST NEWS

20 ส.ค. 2561ครูผู้ช่วยปี61 กรอกเลขข้อสอบ ภาก ก ผิดทุกชุด 20 ส.ค. 2561ห่วงครูผู้น้อยรับบาปทุจริตอาหารกลางวัน 20 ส.ค. 2561โรงเรียนฟ้าใสวิทยา เปิดรับสมัครพี่เลี้ยงเด็กพิการ สมัคร 20-24 ส.ค.2561 19 ส.ค. 2561ราชกิจจานุเบกษา ผู้ถือบัตรคนจน 11.4ล้านคนรับสิทธิรักษาฟรี ไม่ต้องจ่ายเงิน 19 ส.ค. 2561ศธจ.โคราชยันปีหน้ามีอัตราว่างกว่า2,000อัตรา 19 ส.ค. 2561สอบบรรจุครูผู้ช่วย รอบนี้! ขึ้นบัญชีโชคดี ได้บรรจุ 15,000 ตำแหน่ง 19 ส.ค. 2561ให้เขตพื้นที่จัดซื้อโต๊ะเก้าอี้นักเรียนแทนโรงเรียน 19 ส.ค. 256128 สิ่งที่คนเป็นครูเขารู้กัน 19 ส.ค. 2561หมอธี เผยสอบบรรจุครูในอนาคต ต้องผ่านภาค ก.ของ ก.พ. 19 ส.ค. 2561รวมลิงค์ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก. ภาค ข. ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561

รายงานการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม

usericon

ชื่อเรื่อง    รายงานการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย            นายบุรฮัน หลังปูเต๊ะ
            ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านปาเต๊ะ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

ปีที่ทำการวิจัย        ปีการศึกษา 2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะเรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยคือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยครั้งนี้คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านปาเต๊ะ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว โดยมีตัวแปรอิสระ ได้แก่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
    เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 4 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 18 แผน แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20-1.00 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 และแบบประเมินความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบ ค่าที (t - test) แบบ Dependent

ผลการวิจัยพบว่า
1.    แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพ 80.23/80.37 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
2.    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.    ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ อยู่ในระดับ
jzvvti24v 30 เม.ย. 2558 เวลา 21:59 น. 0 339
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^