LASTEST NEWS

14 ธ.ค. 2562( บรรจุทั่วประเทศ ) กรมชลประทาน เปิดสอบบรรจุรับราชการ และพนักงานราชการ 398 อัตรา 14 ธ.ค. 2562กรมชลประทาน เปิดสอบบรรจุรับราชการ 37 อัตรา สมัคร 23 ธ.ค.2562-15 ม.ค.2563 14 ธ.ค. 2562เทศบาลเมืองกระบี่ เปิดสอบผู้ช่วยครู 4 อัตรา สมัครตั้งแต่วันที่ 16-26 ธันวาคม 2562 14 ธ.ค. 2562ศูนย์การศึกษาพิเศษ ส่วนกลาง รับสมัครพนักงานราชการครู และลูกจ้างชั่วคราว 9 อัตรา 13 ธ.ค. 2562คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 "เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย" 13 ธ.ค. 2562กศจ.สระแก้ว เรียกบรรจุครูผู้ช่วย เพิ่ม 1 อัตรา รายงานตัว 23 ธันวาคม 2562 13 ธ.ค. 2562(อยากมีวุฒิครู เช็กที่นี่) คุรุสภารับรอง ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ให้อีก 1 สถาบัน 13 ธ.ค. 2562ศธจ.มุกดาหาร บรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูผู้ช่วย 19 อัตรา 13 ธ.ค. 2562กศจ.เพชรบูรณ์ บรรจุครูผู้ช่วย 65 อัตรา พร้อมขอความเห็นชอบใช้บัญชีครผู้ช่วย กศจ.อื่นมาบรรจุและแต่งตั้ง 13 ธ.ค. 2562กศจ.เชียงใหม่ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย แทนผู้สละสิทธิ์ 13 อัตรา รายงานตัววันที่ 18 ธ.ค.2562

รายงานการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม

usericon

ชื่อเรื่อง    รายงานการใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้วิจัย            นายบุรฮัน หลังปูเต๊ะ
            ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านปาเต๊ะ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

ปีที่ทำการวิจัย        ปีการศึกษา 2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะเรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยคือ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยครั้งนี้คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านปาเต๊ะ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 18 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) เป็นกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดียว โดยมีตัวแปรอิสระ ได้แก่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
    เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 4 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 18 แผน แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.20-0.80 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20-1.00 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 และแบบประเมินความพึงพอใจ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบ ค่าที (t - test) แบบ Dependent

ผลการวิจัยพบว่า
1.    แบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีประสิทธิภาพ 80.23/80.37 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
2.    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่องการบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.    ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง การบวก ลบ คูณ และหารทศนิยม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ อยู่ในระดับ
jzvvti24v 30 เม.ย. 2558 เวลา 21:59 น. 0 538
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^