LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559ด่วน! การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดสอบเข้าทำงาน 23 อัตรา วุฒิม.3 ขึ้นไป สมัคร 6-15ธ.ค.59 03 ธ.ค. 2559ไม่ต้องผ่านภาค ก 11 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา/ป.ตรีทุกสาขา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอบ 03 ธ.ค. 2559กศน.จังหวัดอ่างทอง เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา สมัคร 1-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559สพป.นครนายก เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร 5-9 ธ.ค.2559 03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี

เขมรเตรียมขึ้นทะเบียนขุนช้างขุนแผน พระอภัยและวัดพระแก้วกับ UNESC

usericon

เขมรเตรียมขึ้นทะเบียนขุนช้างขุนแผน พระอภัยและวัดพระแก้วกับ UNESC
  เครดิต >>> http://www.pantip.co.../F10252842.html    

ผมเจอเรื่องนี้มานาน 
ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีอะไร 
แต่ไปๆมาๆชักรู้สึกเหมือนว่าคนไทยยังไม่ทราบเรื่องนี้กันเท่าไหร่ 
เลยขอเอามาแชร์ในบอร์ดนี้ 
เผื่อจะมีผู้มีกำลังพอจะช่วยกันจัดการในเรื่องนี้ได้ครับ 

หลังจากที่เขมรได้ขึ้นทะเบียนรำไทย ท่าจีบไทย และหนังใหญ่ไทยกับ UNESCO ไปแล้ว ตอนนี้ทางเขมรกำลังเริ่ม 

แผนฮุบวรรณคดีไทยหลายเรื่อง สถาปัตยกรรมไทย และดนตรีไทยไปเป็นของตนด้วย 

รายละเอียดการขึ้นทะเบียนของ UNESCO ดูได้จากลิงค์นี้ครับ 

http://www.unesco.org/culture/ich/index.php?lg=en&pg=00011#results
(เพื่อความสะดวก ให้มองลงมาหน่อยจะมีแถบสีน้ำเงินยาวๆเขียนว่า 
Results : 232 element(s) Display by ... 
เลือก drop down list ตรงนี้เป็น "country" 
แล้วคลิกปุ่ม "OK" นะครับ จะได้ดูสะดวกกว่า) 

เมื่อเลือกให้แสดงตามรายชื่อประเทศแล้ว 
เลื่อนมาดูที่ประเทศ Cambodia ครับ 
จะเห็นได้ว่ามี 2 อันคือ 
The Royal Ballet of Cambodia 
 นี่คือรำไทยและท่าจีบไทย 

Sbek Thom, Khmer Shadow Theatre 
 นี่คือหนังใหญ่ของไทย 

เห็นอย่างนี้แล้วคนไทยอย่างเราๆรู้สึกยังไงกันบ้างครับ 
ที่รำไทย ดนตรีไทย และหนังใหญ่ของไทยแท้ๆ 
ที่ครูบาอาจารย์โบราณไทย รวมถึงท่านครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ 
อุตส่าห์ไปสอนให้ถึงราชสำนักเขมรในช่วงเพียงร้อยปีที่ผ่านมานี้ 
ถูกเขมรเอาไปขึ้นทะเบียนให้โลกรับรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของกัมพูชาไปอย่างหน้าด้านๆ 

ของหลักๆที่เขมรกำลังจะโขมยไทยไปอีกตอนนี้ก็คือ 
- ดนตรีไทย เช่น ระนาด จะเข้ ขิม 
- วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี 
- สถาปัตยกรรมไทย เช่น วัดพระแก้ว เรือนไทย ลายไทยต่างๆ 
เบ็ดเตล็ดต่างๆอีกก็เช่น มวยไทย เลขไทย คำราชาศัพท์ ฯลฯ 

และเขมรไม่พอแค่นี้ 
เนื่องด้วยเขมรมีแผนระยะยาวที่จะทำให้ประเทศตน 
ซึ่งคงไม่มีวันจะได้เป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจแน่ๆ 
กลับไปเอาดีทางด้านวัฒนธรรมแทน 
โดยการจะทำให้เขมรเป็นประเทศศูนย์กลาง 
ทางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ตอนนี้เขมรเริ่มการบ่อนทำลายด้วยการปั่นกระแส 
โกหกและเปลี่ยนประวัุติศาสตร์อย่างหน้าด้านๆ 
โดยการกล่าวหาว่าไทยเป็นคนก๊อปxxxรำไทย ดนตรีไทย และวรรณคดีไทย ไปจากเขมร 
รวมถึงวรรณดคีและสถานที่ต่างๆเช่นวัดพระแก้ว หรือพระบรมมหาราขวังไทยด้วย 
พวกนี้จะมากันเป็นแก๊งค์ครับ ยากมากที่จะเถียงสู้ 
ด้วยคนไทยเพียงคนหรือสองคน 


วิธีการก็คือ 
พวกเขมรจะเข้าไปในคลิปพวกรำไทย ดนตรีไทย 
แล้วจะคอมเมนต์แนวๆว่า 
- เขมรแต่งมาก่อน ไทยก๊อปxxxเขมรไป 
- อาณาจักรเขมรมีมาก่อนไทยในภูมิภาคนี้ใครๆก็รู้ 
- ตอนที่ไทยตีนครวัดได้ ไทยกวาดศิลปินนักดนตรีนางรำเขมรไป 
- ไทยเป็นเมืองทาสเขมร สุโขไททรยศเขมรโขมยสมบัติวัฒนธรรมเขมรไปหมด 
- ไทยนั่นแหละเรียนรำกับดนตรีมาจากเขมร เพราะเขมรมีมาก่อนตั้งเป็นพันปีมาแล้ว 
- เขมรไม่ยอมรับว่าเคยเป็นเมืองขึ้นของไทยเลย 
- เขมรไม่ยอมรับว่าไทยยกเขมรให้กับฝรั่งเศส แต่ตกเป็นของฝรั่งเศสเองต่างหาก 
ฯลฯ 

กระแสการโกหก เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ศิลปะไทย-เขมรนี้ 
จะเห็นได้ชัดเจนและรุนแรงมากจากเว็บไซต์ youtube.com 
ท่านใดที่เล่นเว็บนี้ และติดตามคลิปวัฒนธรรมไทยน่าจะได้เจออยู่แล้ว 


มีอีกลิงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ผมเคยพบมา 
ลองไปดูประกอบได้ครับ 

http://forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=100716.0

อันว่ารำไทยและดนตรีไทย (รำเขมร) นั้นเดิมมาเขมรมิได้มีแต่อย่างใด 
แต่เพิ่งมีขึ้นในยุครัตนโกสินทร์ ช่วงประมาณ 140 ปีที่แล้วนี่เอง 
(หากไปดูในคลิปแนะนำของ UNESCO จะทราบได้เลยว่า 
ชาวตะวันตกยังเข้าใจผิดกันอยู่ 
เพราะในเนื้อหาบอกว่าเป็นรำที่อยู่คู่กับราชสำนักเขมรมามากกว่าพันปี 
ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่เลย 
เพราะเขมรเพิ่งเรียนไปจากไทยแค่ร้อยกว่าปีเท่านั้น 
คือพอเรียนได้ไม่นาน ฝรั่งเศสก็เข้ายึกเขมรพอดี 
เลยทำให้รำเขมรที่เพิ่งเรียนจากไทยเป็นที่รู้จักแก่โลก 
ผ่านทางเขมรไปเสียชิบ) 

สมัยที่นักองด้วง เจ้าชายเขมรที่ถูกส่งตัวมาเป็นเชลยหลวงในราขสำนักไทย 
ได้ร่ำเรียนภาษาไทย วรรณคดีไทย ดนตรีไทย สถาปัตยกรรมไทยไปมากมาย 
มีความนิยมชมชอบและให้ค่าสิ่งต่างๆที่เป็นของไทยเป็นอย่างมาก 
(เช่นเดียวกับพม่าที่ให้ค่ากับสิ่งต่างๆ 
ที่มาจากโยเดีย(อโยธยา)เป็นอย่างมากเช่นกัน) 
ได้ครบวาระกลับไปเป็นกษัตรย์ครองเมืองเขมรแล้ว 
ก็ได้กลับไปพร้อมทั้งได้นำศิลปวัฒนธรรมไทยต่างๆ 
ไปเผยแพร่และใช้ในเขมรด้วย 
แม้แต่เครื่องราชกกุฎภัณฑ์ยังสร้างและส่งไปจากไทย 

นักองด้วงได้นำวรรณคดีหลายเรื่องเขียนใหม่เป็นภาษาเขมร 
สร้างวัดและวังใหม่โดยใช้สถาปัตยกรรมไทยทั้งดุ้น 
ที่สำคัญก็คือราชวังและวัดพระแก้ว 
เอ๊ะ ! ฟังผิดหรือเปล่า 

ไม่ผิดครับ พระราชวังในพนมเปญก็มีวัดพระแก้วอยู่ด้วยเหมือนของไทย !!!!! 
แถมขื่อวัดก็ยังชื่อว่า "วัดพระแก้ว" หรือตามสำเนียงเขมรว่า Wat Phreah Keo 
เรียกว่าก๊อปxxxไทยไปทั้งกระบิ 

ใครไม่เคยทราบหรือไม่เคยเห็นวัดพระแก้วและพระราชวังเขมร 
ที่ก๊อปจากพระบรมมหาราชวังกับวัดพระแก้วของไทยไป 
ก็เข้าไปดูได้ในลิงค์นี้ครับ 

พระราขวังพนมเปญ (สถาปัตยกรรมไทย ก๊อปไทยไปทั้งดุ้น) 
http://en.wikipedia.org/wiki/Royal_Palace,_Phnom_Penh
วัดพระแก้วเขมร (นิยมเรียกว่า Silver Pagoda แต่ชื่อเต็มคือ พระวิหารพระแก้วมรกต) 
http://en.wikipedia.org/wiki/Silver_Pagoda,_Phnom_Penh

ทั้งพระราชวังและวัดพระแก้วของเขมรมันก๊อปxxxไปจากไทยชัดเจนขนาดนี้ 
เขมรมันยังกล้ากล่าวหาว่านี่คือสถาปัตยกรรมเขมรได้เลยนะครับ 
ดูความหน้าด้าน + หน้าโง่ของเขมรสิครับ 
แยกยังไม่ออกเลยว่าศิลปะไทยกับศิลปะเขมรมันต่างกันยังไง 
กล้ามากขนาดระบุเอาไว้ใน Wikipedia (ดูได้จากลิงค์ข้างบน) ว่า 
พระราชวังเขมรมี Architectural style เป็น Architecture of Cambodia (fail มากๆ) 
เขมรกล้าทำได้ทุกอย่างจริงๆ 

สมัยสุโขทัยนั้นยอดปราสาทไทยยังนิยมใช้แบบยอดปรางค์ (ยอดแบบเขมร) อยู่ 
แต่พอเข้าสมัยอยุธยา ยอดปราสาทไทยก็เริ่มเปลี่ยนจากยอดปรางค์ 
ไปเป็นยอดมณฑปหรือยอดปราสาท ซึ่งเป็นศิลปไทยบริสุทธิ์แล้ว 
แต่เขมรยังใช้ยอดปรางค์อยู่ 
แต่ดูราชวังเขมรกับวัดพระแก้วเขมรสิครับ 
อยู่ดีๆโดดมาใช้ยอดปราสาทแบบไทยดื้อๆ ไม่มีความเขื่อมต่อแม้แต่น้อย 
ยังกล้าบอกว่ามันเป็นต้นฉบับได้ เวรของกรรรมของเวรอีกทีจริงๆ 

แต่ ... 
สิ่งสำคัญก็คือ นักองด้วงได้ขอร้องทางราชสำนักไทย 
ให้ช่วยส่งครูละคร ครูดนตรีไปฝึกสอนให้ที่ราขนำนักเขมรด้วย 
จากความสัมพันธ์อันดีที่ไทยมีต่อนักองด้วย 
เนื่องจากไทยเราก็ได้เลี้ยงนักองด้วยมาตั้งแต่เล็กๆ 
จึงได้ส่งครูนาฏศิลป์ดนตรีไปฝึกสอนถึงราชนำนักเขมรให้ตามที่ขอ 
ตั้งแต่นั้น เขมรก็จึงได้มีนาฏศิลป์และดนตรีไว้ในวังของตนเสียที 
หลังจากนั้นก็ได้มีครูไทยไปสอนอีกหลายครั้งหลายครา 
ครั้งสำคัญอีกครั้งก็เป็นครั้งที่องค์หญิงฉวีวาดท่านป้าของ มรว.คึกฤทธิ์ 
ยกละครไปทั้งโรง หนีพระราขอาญาไปพึ่งราชสำนักเขมร 

ท่านครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะของเรา 
ก็เคยได้ไปสอนที่ราชสำนักเขมรเข่นกันตามที่ทุกท่านทราบกันดี 
กลับมาท่านก็ได้แต่งเพลงนกเขาขแมร์ไว้เป็นที่ระลึกด้วยไงครับ 

เขมรเรียกเพลงเครื่องสายว่า "มโหรี" เหมือนไทย 
และเรียกเพลงปี่พาทย์ว่า Pleng Siem (เพลงสยาม) 
ซึ่งก็คือเพลงที่มาจากสยามนั่นเอง 

ชื่อเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้ในรำเขมรก็ยังคงเรียกตามชื่อไทย เช่น 
เพลงเสมอ เพลงพัดชา เพลงโล้ เพลงกลม เพลงกราวใน 
เพลงเชิด เพลงสีนวล เพลงเร็ว ฯลฯ 
เขมรยังคงเรียกเป็นชื่อไทยเด๊ะๆอย่างที่ไทยเรียกนี้เลยครับ 
90% ของเพลงปี่พาทย์เขมร ยังคงเรียกด้วยชื่อไทย 
และที่สำคัญคือ คำต่างๆเหล่านี้ไม่มีความหมายในภาษาเขมร 

อาจมีบางเพลงที่เขมรเปลี่ยนไปเรียกด้วยคำเขมรเอง 
อย่างเช่นเพลงพญาเดิน ก็เรียกเป็น "พอเนียแดร์" แทน 
ซึ่งก็ยังคงแปลว่าพญาเดินเหมือนคำไทยเดิม 

สิ่งสำคัญอย่างนึงก็คือวงปี่พาทย์เขมรไม่มีตะโพนครับ 
คาดว่าเป็นกลองศักดิ์สิทธิ์ ตียาก 
สมองมันยังไม่มีบารมีพอจะรับได้ 
ที่ไทยเคยสอนไว้เมื่อร้อยกว่าปีก่อนก็เลยสูยหายไปไม่เหลือมาถึงปัจจุบัน 
หรืออาจเป็นกุศโลบายของอาจารย์ไทยสมัยก่อน 
ที่อาจเล็งเห็นอะไรบางอย่างท่านเลยไม่สอนตะโพนให้พวกเขมร 

เขมรมีแต่ละครใน 
รำหลายๆอย่างก็ยังเรียกเป็นขื่อไทยอยู่ 
ที่สำคัญๆก็อย่างเข่นรำฉุยฉาย นี่เรียกว่า Chhuy Chai เลยเด๊ะๆ 
ร้องออกฉุยฉายอย่างไทยเด๊ะๆอีกต่างหาก เซิร์ชหาดูได้มากมายใน youtube.com 
แถมมีการใช้ปี่ว่าดอกฉุยฉายด้วยนะ ก๊อปไทยไปทั้งดุ้น 

เขมรไม่มีโขน 
แต่ปัจจุบันเริ่มจะทำให้มันมีขึ้นมาแล้ว 
ด้วยการหัดใหม่โดยการมาก๊อปxxxโขนไปจากไทยช่วงไม่กี่สิบปีนี้มาเอง 
เมื่อครั้งโน้นครูไทยไม่ได้ถ่ายทอดโขนไว้ให้เขมร สอนให้แต่ละครใน 
ลองไปดูโขนเขมรสิครับ ง่อยมากๆ 
ยิ่งกว่าเด็กเพิ่งหัดโขนขึ้นไปเล่นอีก ดูตอนแรกนึกว่าจำอวด 

แม้แต่ธรรมเนียมในการเรียนรำ หรือการไหว้ครู ก็เป็นอย่างไทยเด๊ะๆ 
ในวิทยาลัยนาฏศิลป์เขมร ก็จะนุ่งผ้าแดงเรียนกันเหมือนไทยเปี๊ยบ 
พิธีไหว้ครู ก็ตั้งเครื่องตั้งสำรับอย่างไทย แต่งกายอย่างไทย 
มีองค์ประธานอย่างไทย แต่งตัวเรียกเพลง ขั้นตอนต่างๆเหมือนกันเด๊ะๆ 
คือถ้าประธานพิธีไม่พูดเขมรออกมา ก็ไม่รู้หรอกครับว่านี่เป็นพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์ของเขมร 


ส่วนระบำอัปสรา ที่เข้าใจผิดกันนักกันหนาว่านี่แหละเขมรแท้ๆ 
ก็ไม่ใช่รำเขมรครับ 
มันคือรำไทยนี่แหละครับ 

ระบำอัปสราเป็นระบำที่เพิ่งคิดขึ้นมาใหม่เมื่อประมาณ 60 ปีก่อนนี้เอง 
รำครั้งแรกโดยเจ้าหญิงบุพผาเทวี 
โดยใช้ท่ารำต่างๆอย่างรำไทยทั้งหมด 
เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ 
โดยออกแบบขึ้นมาใหม่ด้วยการเลียนแบบจากภาพสลักบนกำแพงนครวัด 
ดังนั้นระบำอัปสรามันก็คือ รำไทยดีๆนี่เอง 
เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่คล้ายๆกับระบำโบราณคดีเท่านั้น 
เพลงที่ใช้ประกอบระบำอัปสราเรียงตามลำดับ ดังนี้ครับ 

เริ่มด้วย 
- สีนวล 
ต่อด้วย 
- ต้นฉิ่ง (ไม่แน่ใจว่าใช่ "ต้นเพลงฉิ่ง" หรือเปล่า) 
- เสมอ 
- รัว 
- จีนหลวง 
แล้วจบด้วย 
- เชิด 

ท่านใดสนใจดูระบำอัปสราว่ามีความเป็นไทยขนาดไหน 
(ไม่มีความเป็นเขมรเลย 
มีความเป็นไทยมากกว่าระบำลพบุรีของเราเสียอีกครับ) 
ดูได้จากลิงค์นี้ครับ 
(คลิปนี้ดีมากครับ เป็นของอาจารย์คนไทย 
ท่านกำกับภาษาไทยอธิบายไว้ด้วยอย่างดี) 

 



อย่าประมาทนะครับเรื่องการโกหกและการปั่นกระแสนี้ 
เขมรเก่งเรื่องนี้มากๆ 
และก็ด้วยวิธีการโกหก เปลี่ยนประวัติศาสตร์ 
เปลี่ยนแปลงเอกสารสำคัญต่างๆอย่างง่ายๆนี่ 
ก็หลอกพวกชาวตะวันตกให้หลงเชื่อได้เป็นวรรคเป็นเวร 
จนขโมยเอารำไทย หนังใหญ่ รวมถึงเขาพระวิหารไปได้อย่างเป็นทางการ 
ได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว 

น้ำเซาะหินทุกวันยังกร่อน 
ดังนั้นการที่พวกเขมรมาโหมกล่าวหาไทยอย่างนี้ 
โดยไม่มีการคัดค้านจากคนไทยเลย 
นานวันเข้า ชาวต่างชาติมาเห็นเข้า 
ก็จะโอนเอนไปตามที่พวกเขมรมันโพสต์เอาไว้ 
และเข้าใจมาวัฒนธรรมไทยต่างๆเหล่านั้นเป็นของเขมรไปจริงๆนะครับ 

บางท่านอาจจะขำที่พระอภัยมณี หรือขุนช้างขุนแผน 
ที่มีชื่อตัวละครเป็นคำไทยแท้ๆ และคนแต่งมีระบุชัดเจนเป็นคนไทยแท้อย่างนี้ 
เขมรจะเอาไปขึ้นทะเบียนเป็นของตนไม่ได้นะครับ 
เพราะก็อย่างที่เห็นอยู่ รำไทย หนังใหญ่ไทยแท้ๆ 
ไหนจะเขาพระวิหารที่อยู่บนภูเขาที่ต้องอ้อมมาขึ้นจากทางฝั่งไทยเท่านั้น 
เขมรมันก็เอาได้ไปจริงๆแล้วนะครับ 

เพราะงั้น ผมไม่อยากให้ "ดนตรีไทย" "วรรณคดีไทย" "สถาปัตยกรรมไทย" ฯลฯ 
จะต้องกลายไปเป็นของที่ชาวโลกรับรู้ว่าเป็นของเขมรแล้วไทยก๊อปxxxไปเลยนะครับ 
ผมขอฝากท่านทั้งหลายที่มีความรู้ความสามารถ 
รวมทั้งกำลังอำนาจพอจะช่วยยื่นมือเข้าไปจัดการได้ 
ช่วยกันอย่าให้วัฒนธรรมอันมีค่าของไทย 
ขึ้นชื่อว่าเป็นของต่างชาติเลยครับ 
สงสารวิญญาณครูบาอาจารย์ท่าน 
ที่อุตส่าห์คิดค้นสั่งสมกันมาหลายร้อยปีหลายชั่วอายุคน 
แล้วอยู่ดีๆโดนเขมรมันชุบมือเปิบไปหน้าตาเฉย 

ท่านที่ต้องการเข้าไปอ่าน comment ว่าคนไทยเถียงกับคนเขมรแบบไหน 
และคนเขมรมันโกหกและยืนยันความเท็จลวงโลกยังไง 
ลองเข้าไปดูได้ตามลิงค์นี้ครับ 
ผมเอามาให้ดูเป็นกรณีตัวอย่างในแต่ละหัวข้อ 

รำไทย (อันนี้ยาวและดุเดือดมากๆ) 
 

ดนตรีไทย (อันนี้ก็มันส์) 
 

ขุนช้างขุนแผน 
 

พระอภัยมณี 
 


ข้อเสียเปรียบสำคัญประการนึงก็คือ 
คนไทยที่มีพอจะมีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ใช้ภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง 
ที่มีก็น้อยมาก ไม่อาจสู้กองทัพเขมรพวกนี้ได้ไหว 
เพราะคนเขมรนั้นใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อยู่แล้ว 
เนื่องจากเขมรพวกนี้เป็นเขมรอพยพที่อยู่ในต่างประเทศ 
ตามประเทศต่างๆที่มีค่ายผู้อพยพชาวเขมรอย่าง USA ฝรั่งเศส แคนาดา ฯลฯ 
เขมรในกัมพูชาไม่ค่อยมาเถียงหรอกครับ เพราะมันก็ใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่องเหมือนกัน 
ดังนั้นคนไทยเราจึงเสียเปรียบมาก 
เพราะภาษาที่ใช้สื่อสารกันและชาวต่างชาติรับรู้ได้คือภาษาอังกฤษเท่านั้น 


สุดท้ายที่อยากจะฝากคือ นอกจากเราจะอนุรักษ์ให้ดนตรีนาฏศิลป์ไทย 
อยู่คู่กับสังคมไทยภายในประเทศแล้ว 
อย่างลืมที่จะต้องเผยแพร่ออกสู่สายตาของประเทศต่างๆด้วยนะครับ 
เพื่อให้ชาวโลกได้ติดหูติดตาว่าดนตรีอย่างนี้ รำอย่างนี้คือไทย 
ไม่ใช่เก็บไว้ชื่นชมเองแต่ในประเทศ 
แต่พอรู้ตัวอีกที ชาวโลกเค้ารับรู้กันไปแล้วว่าดนตรีอย่างนี้ รำอย่างนี้เป็นของเขมรไป 
ถึงวันนั้นแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนะครับ
-----------------------------------------------------------------
เครดิต วิญญาณสถิตย์ @ ไทยคิดส์ 

ผมได้รับลิ๊งจากอาจารย์ที่เคารพท่านหนึ่ง 
อ่านแล้ว ตกใจมากๆ 
เราควรจับมือกันหาทางต้านภัยวัฒนธรรมกับพวกนี้ 
อย่างน้อย เอาที่เหลือทั้งหมด (ที่ยังไม่โดนมันเอาไป) 
เอาไปขึ้นทะเบียนเสียให้เรียบร้อย มันจะได้ฮุบไปขึ้นทะเบียนไม่ได้ เพราะจะซ้ำซ้อนกัน 
แต่คนไทย ก็ไม่ค่อยจะทันเขาหรอกครับ 
เพราะชอบนิ่งนอนใจว่ามันเป็นของเราอยู่วันยันค่ำ 
มัวแต่ตีกันเองอยู่น่ะแหละ คงจะสนุกกว่าเป็นไหนๆ 
เข้าทำนองข้าศึกยกทัพจะเข้าตี แต่ชาวเมืองยังแย่งหม้อข้าวเดือดกันเองอยู่ 
(ไม่อยากจะว่าเลย...แต่นี่คือเรื่องจริง)



อ่านต่อ : http://www.dek-d.com/board/view.php?id=2058289#ixzz1LHIC0h1v
03 พ.ค. 2554 เวลา 16:12 น. 0 2,821
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^