LASTEST NEWS

20 เม.ย. 2562โรงเรียนอนุบาลลำพูน รับสมัครครูอัตราจ้าง 4 อัตรา ตั้งแต่บัดนี้-26เม.ย.2562 19 เม.ย. 2562กศจ.นครพนม เรียกบรรจุครผู้ช่วย 42 อัตรา - รายงานตัว 1 พ.ค.2562 19 เม.ย. 2562โรงเรียนอนุบาลลานสัก รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา มีหรือไม่มีวุฒิครูก็ได้ สมัครบัดนี้-30เม.ย.62 19 เม.ย. 2562"หมอธี"สั่งรวบรวมคำสั่งคสช.เกี่ยวกับศธ.ให้รัฐบาลตรวจ 19 เม.ย. 2562ค้านเร่งคลอดพ.ร.ก.การศึกษาแห่งชาติ 19 เม.ย. 2562กศจ.บุรีรัมย์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 2 อัตรา (แทนผู้สละสิทธิ์) - รายงานตัว 25 เม.ย.62 19 เม.ย. 2562โอกาสมีงานทำมาแล้ว! กสถ.เปิดรับขรก.ส่วนท้องถิ่น 63 ตำแหน่ง 8,579 อัตรา 19 เม.ย. 2562มาแล้ว! สพฐ.จัดสรรงบประมาณค่าตอบแทนพี่เลี้ยงเด็กพิการ สำหรับโรงเรียนทั่วไปจัดการเรียนรวม 19 เม.ย. 2562โรงเรียนมัธยมตากสินระยอง รับสมัครครูอัตราจ้าง 27 อัตรา 19 เม.ย. 2562ข่าวดี! กศจ.อุบลราชธานี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 128 อัตรา - รายงานตัว 3 พ.ค.2562

รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ

usericon

ชื่อเรื่อง    รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ
    กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษาค้นคว้า    นางสาวปาณิศา ฉายแก้ว
สาขาวิชา    กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ปีการศึกษา    2557

บทคัดย่อ

    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การศึกษา 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนบ้านนาน้ำโครม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 12 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive sampling)
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 เล่ม 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นข้อสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้นและหาคุณภาพแล้ว 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แบบมาตราส่วนค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test แบบ dependent) โดยผลการศึกษาพบว่า
    1.     แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 เล่ม มีประสิทธิภาพกระบวนการเท่ากับ 89.58 และมีประสิทธิภาพผลลัพธ์เท่ากับ 88.67 แสดงว่า แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 เล่มมีประสิทธิภาพเท่ากับ 89.58/88.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
    2. การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.33 คะแนน และ 22.25 คะแนน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    3. นักเรียนชั้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ในภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
panisa_chay 02 เม.ย. 2558 เวลา 16:22 น. 0 318
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^