LASTEST NEWS

20 พ.ย. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการตำแหน่งครูผู้สอนและครูอัตราจ้าง รวม 19 อัตรา 20 พ.ย. 2560รับสมัครครูผู้ช่วย ห้ามจัดติวเด็ดขาด ตั้งกรรมการเกาะติด 20 พ.ย. 2560สพฐ.เปิดสอบครูผู้ช่วย 4,680 อัตรา - กำชับสอบครูผู้ช่วยครั้งที่2ต้องโปร่งใส 20 พ.ย. 2560เปิดแล้ว! สถ.รับสมัครสอบสายงานบริหาร 9,893พันอัตรา สมัคร20พ.ย.-15ธ.ค.60 20 พ.ย. 2560เบื้องหลัง"ครูแอน-ครูวัลย์"ทำไม?..ชวดบรรจุ"ครูผู้ช่วย" 20 พ.ย. 2560วุฒิป.ตรีทุกสาขา 149 อัตรา กรมทางหลวง เปิดสอบพนักงานเงินทุนฯ สมัคร16 - 22 พ.ย. 2560 19 พ.ย. 2560(( รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร )) สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ครั้งที่ 2 ปีพ.ศ.2560 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 19 พ.ย. 2560“ครูจอมทรัพย์”งานเข้า คนเลี้ยงควายแจ้งความให้เอาผิด! 19 พ.ย. 2560ควรผลักดันให้มีครูสายสนับสนุนประจำโรงเรียน เพื่อช่วยให้ครูได้สอนอย่างเต็มเวลา 19 พ.ย. 2560การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่อยากเห็น โดย ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก

รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ

usericon

ชื่อเรื่อง    รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ
    กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษาค้นคว้า    นางสาวปาณิศา ฉายแก้ว
สาขาวิชา    กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ปีการศึกษา    2557

บทคัดย่อ

    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์การศึกษา 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนบ้านนาน้ำโครม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 12 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ( Purposive sampling)
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 เล่ม 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นข้อสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้นและหาคุณภาพแล้ว 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แบบมาตราส่วนค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test แบบ dependent) โดยผลการศึกษาพบว่า
    1.     แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 เล่ม มีประสิทธิภาพกระบวนการเท่ากับ 89.58 และมีประสิทธิภาพผลลัพธ์เท่ากับ 88.67 แสดงว่า แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 5 เล่มมีประสิทธิภาพเท่ากับ 89.58/88.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
    2. การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.33 คะแนน และ 22.25 คะแนน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    3. นักเรียนชั้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาการบวกและการลบ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1ในภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
panisa_chay 02 เม.ย. 2558 เวลา 16:22 น. 0 201
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^