LASTEST NEWS

21 ก.ค. 2560จังหวัดศรีสะเกษ เปิดสอบพนักงานราชการ 22 อัตรา สมัคร 1-7 สิงหาคม 2560 21 ก.ค. 2560สพป.ปัตตานี เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู 8 อัตรา 21 ก.ค. 2560สนช.จี้ศธ.เข้มโรงเรียนให้เด็กร้องเพลงชาติหน้าเสาธง 21 ก.ค. 2560โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา 21 ก.ค. 2560ข่าวดี! กศจ.สมุทรสาคร เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 74 อัตรา 21 ก.ค. 2560กศจ.ระยอง รับสมัครคัดเลือกบุคคล ตำแหน่งนักวิชาการศึกษา และนักประชาสัมพันธ์ 21 ก.ค. 2560โรงเรียนขุนรามวิทยา เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว วุฒิปริญญาตรี 15,000.-/เดือน 20 ก.ค. 2560สมศ.ทดลองประเมินคุณภาพแนวใหม่ 20 ก.ค. 2560(เงินเดือน18,000)ไม่ต้องผ่าน ภาค ก 61 อัตราสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป 19 ก.ค. 2560กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดสอบพนักงานราชการ 33 อัตรา (วุฒิม.3, ปวช.ทุกสาขา ปวส.ทุกสาขา ป.ตรีทุกสาขา)

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ

usericon

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ
เรื่อง     รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน     ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้ศึกษา จันทร์เพ็ญ คุ้มพร้อม
ปีการศึกษา    2556

    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน และ 4) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เพราะกลุ่มตัวอย่างแต่ละห้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน คือจัดห้องเรียนแบบคละชั้น มีจำนวนนักเรียนและความสามารถทางการเรียนใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน จำนวน 8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.40-0.67 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.27-0.47 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 3.08-4.75 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.67/82.22 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน อยู่ในระดับมาก
    4. ความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ผ่านไป 4 สัปดาห์ มีคะแนนเฉลี่ย 25.47 คิดเป็นร้อยละ 84.90 ซึ่งไม่แตกต่างจากคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน แสดงว่านักเรียนมีความคงทน ในการเรียนรู้
vongdow 30 มี.ค. 2558 เวลา 16:45 น. 0 212
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^