LASTEST NEWS

18 ต.ค. 2562สพฐ.มีหนังสือให้ผู้สอบแข่งขันได้ฯ ไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุเข้ารับราชการ (ส่วนกลาง) 18 ต.ค. 2562สพฐ.รับพิจารณาย้าย 2 ปี เข้าวาระเรียบร้อยแล้ว (พ้นครูผู้ช่วยแล้วย้ายได้) 17 ต.ค. 2562สพฐ.ยกเลิกประกาศแต่งตั้งผู้แทนใน กศจ.ทั่วประเทศ ฉบับเดิม และประกาศแต่งตั้งใหม่ ณ วันที่ 16ต.ค.62 17 ต.ค. 2562กศจ.จันทบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 36 อัตรา - รายงานตัว 18 ต.ค.2562 17 ต.ค. 2562ด่วนที่สุด! การพิจารณาย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 17 ต.ค. 2562ใบตองแห้งOnair - ครูใหม่ซวย งบ ศธ.ติดโครงสร้างเทอะทะ 17 ต.ค. 2562มาแล้วเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบล่าสุด 17 ต.ค. 2562โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 51 รับสมัครครูอัตราจ้าง 3 อัตรา ตั้งแต่ 17-25 ต.ค.2562 17 ต.ค. 2562ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก โพสต์การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กรณีกลุ่มลูกจ้าง สพฐ.ประท้วง "แค่เจียด...ก็จบ" 17 ต.ค. 2562วุฒิที่ ก.พ. กำหนดให้คัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2564

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ

usericon

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ
เรื่อง     รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน     ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้ศึกษา จันทร์เพ็ญ คุ้มพร้อม
ปีการศึกษา    2556

    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน และ 4) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน 38 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เพราะกลุ่มตัวอย่างแต่ละห้องมีคุณสมบัติเหมือนกัน คือจัดห้องเรียนแบบคละชั้น มีจำนวนนักเรียนและความสามารถทางการเรียนใกล้เคียงกัน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน จำนวน 8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.40-0.67 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.27-0.47 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 3.08-4.75 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.67/82.22 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน อยู่ในระดับมาก
    4. ความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ผ่านไป 4 สัปดาห์ มีคะแนนเฉลี่ย 25.47 คิดเป็นร้อยละ 84.90 ซึ่งไม่แตกต่างจากคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน แสดงว่านักเรียนมีความคงทน ในการเรียนรู้
vongdow 30 มี.ค. 2558 เวลา 16:45 น. 0 422
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^