LASTEST NEWS

23 เม.ย. 2561โรงเรียนวัดยาง(มีมานะวิทยา) รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกปฐมวัย สมัคร17-30เม.ย.61 23 เม.ย. 2561โรงเรียนสมเด็จพิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา (สมัคร25-26เม.ย.61) 23 เม.ย. 2561โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 40 อัตรา (สมัครบัดนี้-25เม.ย.2561) 22 เม.ย. 2561โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ รับสมัครครูอัตราจ้าง สมัคร20-25เม.ย.61 22 เม.ย. 2561โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล รับสมัครครูและพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล 12 อัตรา สมัคร23 – 25 เมษายน 2561 22 เม.ย. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนบัณฑิตบริหารธุรกิจโพนสวรรค์ รับสมัครหัวหน้างานวิชาการ 3 อัตรา 22 เม.ย. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ รับสมัครครู 6 อัตรา สมัครบัดนี้-4พ.ค.61 22 เม.ย. 2561สพป.พัทลุง 2 เรียก ‘7 ครูผู้ช่วย’ รายงานตัว 22 เม.ย. 2561มีใครเรียนจบครูมาแล้วไม่อยากเป็นครูบ้างไหมคะ แล้วทำประกอบอาชีพอะไร 22 เม.ย. 2561สพป.ตาก เขต 1 รับรายงานตัวครูบรรจุใหม่ 9 ราย

การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศ

usericon

การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศ
ชื่อเรื่อง     การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2
ผู้ศึกษา     นางสาวภคมน ยางหงษ์
หน่วยงาน    โรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ปีการศึกษา    2557

บทคัดย่อ

    รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินบริบทของโครงการ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ 3) ประเมินกระบวนการของโครงการ 4) ประเมินผลผลิตของโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมินซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้บริหารและครู จำนวน 12 คน นักเรียน 293 คน และผู้ปกครองนักเรียน 293 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ แบบประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี จำนวน 3 ฉบับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    1. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่าน ของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของผู้บริหารและครูผู้สอน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน และระดับมาก 3 ด้าน
        1.1 ด้านบริบทพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 9 ข้อ และระดับมาก 4 ข้อ
        1.2 ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ข้อ และระดับมาก 10 ข้อ
        1.3 ด้านกระบวนการพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และระดับมาก 11 ข้อ
        1.4 ด้านผลผลิต พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และระดับมาก 6 ข้อ
    2. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่าน ของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของนักเรียน พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน ระดับมาก 1 ด้าน และระดับปานกลาง 1 ด้าน
        2.1 ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก 2 ข้อ และระดับปานกลาง 5 ข้อ
        2.2 ด้านกระบวนการพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ ระดับมาก 2 ข้อ และระดับปานกลาง 1 ข้อ
        2.3 ด้านผลผลิต พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ และระดับมาก 2 ข้อ
    3. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของผู้ปกครอง พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมาก 10 ข้อ
nnonnapha 27 มี.ค. 2558 เวลา 16:38 น. 0 198
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^