LASTEST NEWS

03 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องผ่านภาค ก) วุฒิป.ตรี เงินดือน 27,130 บาท ส.ป.ก.เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 03 ธ.ค. 2559รบ.เร่งจัดทำปฏิทินวันหยุดปี’60 เตรียมจัด จุดเทียน-สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ​ 03 ธ.ค. 2559กศจ.สงขลา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 47 อัตรา รายงานตัว 13 ธันวาคม 2559 02 ธ.ค. 2559ฝาก ศธ.สอนเด็กยอมรับการคิดต่างแต่มีจุดลงตัวร่วมกัน 02 ธ.ค. 2559(ไม่ต้องมีวุฒิครู) รับป.ตรีทุกสาขา สพป.นครสวรรค์ เขต 3 เปิดสอบครูธุรการ 2 อัตรา เงินเดือน15,000บาท 02 ธ.ค. 2559มติบอร์คุรุสภาไม่รับอุทธรณ์จาก ม.กรุงเทพธนบุรี 02 ธ.ค. 2559ขำลั่นโรงเรียน !! ท่าน ผอ. อารมณ์ดี ร่ายกลอนลำแนะนำตัวรับตำแหน่งใหม่ 01 ธ.ค. 2559บอร์ดคุรุสภาไม่รับอุทธรณ์มกธ.เยียวยา ‘2.5 พัน’ มหาบัณฑิต เห็นชอบร่างเกณฑ์ให้ผู้จบสาขาอื่น ขอใบอนุญาตฯได้ 01 ธ.ค. 2559ผอ.โรงเรียนตามเกณฑ์ใหม่ไม่ต้องจบโทบริหารก็ได้ 01 ธ.ค. 2559กสถ.คัดเลือกมหา'ลัยไม่ลงตัว ส่อเลื่อนสมัครสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น

การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศ

usericon

การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศ
ชื่อเรื่อง     การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2
ผู้ศึกษา     นางสาวภคมน ยางหงษ์
หน่วยงาน    โรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ปีการศึกษา    2557

บทคัดย่อ

    รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินบริบทของโครงการ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ 3) ประเมินกระบวนการของโครงการ 4) ประเมินผลผลิตของโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมินซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้บริหารและครู จำนวน 12 คน นักเรียน 293 คน และผู้ปกครองนักเรียน 293 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ แบบประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี จำนวน 3 ฉบับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    1. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่าน ของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของผู้บริหารและครูผู้สอน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน และระดับมาก 3 ด้าน
        1.1 ด้านบริบทพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 9 ข้อ และระดับมาก 4 ข้อ
        1.2 ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ข้อ และระดับมาก 10 ข้อ
        1.3 ด้านกระบวนการพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และระดับมาก 11 ข้อ
        1.4 ด้านผลผลิต พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และระดับมาก 6 ข้อ
    2. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่าน ของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของนักเรียน พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน ระดับมาก 1 ด้าน และระดับปานกลาง 1 ด้าน
        2.1 ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก 2 ข้อ และระดับปานกลาง 5 ข้อ
        2.2 ด้านกระบวนการพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ ระดับมาก 2 ข้อ และระดับปานกลาง 1 ข้อ
        2.3 ด้านผลผลิต พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ และระดับมาก 2 ข้อ
    3. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของผู้ปกครอง พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมาก 10 ข้อ
nnonnapha 27 มี.ค. 2558 เวลา 16:38 น. 0 154
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^