LASTEST NEWS

30 ต.ค. 2563ผลวิจัยชี้สอบครูผู้ช่วยภาค ค รูปแบบใหม่เหมาะสม 30 ต.ค. 2563ครูผู้ช่วยเฮ มติบอร์ดคุรุสภาไฟเขียว ไม่มี 'ตั๋วครู' แต่สอนหนังสือได้ 30 ต.ค. 2563กศจ.สิงห์บุรี  เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 6 วิชาเอก 29 อัตรา รายงานตัวแล้ววันนี้ 30ต.ค.63 30 ต.ค. 2563กศจ.ชัยภูมิ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 10 วิชาเอก 158 อัตรา รายงานตัว 9 พ.ย.2563 30 ต.ค. 2563“ณัฎฐพล”สั่ง สพฐ.ควบรวมรร.ขนาดเล็กให้ได้ไม่ต้องกลัวใครขวาง พร้อมลดไซส์รร.ขนาดใหญ่ ผุดมัธยมสี่มุมเมือง 30 ต.ค. 2563สำนักงาน กศน.จังหวัดจันทบุรี ประกาศรับสมัครพนักงานราชการครู 4 อัตรา วุฒิป.ตรีทุกสาขา 29 ต.ค. 2563คำสั่งบรรจุและแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 209 ราย 29 ต.ค. 2563คำสั่งย้ายรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 2 ราย 29 ต.ค. 2563คำสั่งย้ายรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 109 ราย 29 ต.ค. 2563คำสั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 76 ราย

การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศ

usericon

การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศ
ชื่อเรื่อง     การประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2
ผู้ศึกษา     นางสาวภคมน ยางหงษ์
หน่วยงาน    โรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
ปีการศึกษา    2557

บทคัดย่อ

    รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินบริบทของโครงการ 2) ประเมินปัจจัยนำเข้าของโครงการ 3) ประเมินกระบวนการของโครงการ 4) ประเมินผลผลิตของโครงการ โดยใช้รูปแบบการประเมินซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ผู้บริหารและครู จำนวน 12 คน นักเรียน 293 คน และผู้ปกครองนักเรียน 293 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ได้แก่ แบบประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรี จำนวน 3 ฉบับ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    1. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่าน ของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของผู้บริหารและครูผู้สอน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน และระดับมาก 3 ด้าน
        1.1 ด้านบริบทพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 9 ข้อ และระดับมาก 4 ข้อ
        1.2 ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ข้อ และระดับมาก 10 ข้อ
        1.3 ด้านกระบวนการพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และระดับมาก 11 ข้อ
        1.4 ด้านผลผลิต พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 4 ข้อ และระดับมาก 6 ข้อ
    2. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่าน ของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของนักเรียน พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน ระดับมาก 1 ด้าน และระดับปานกลาง 1 ด้าน
        2.1 ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมาก 2 ข้อ และระดับปานกลาง 5 ข้อ
        2.2 ด้านกระบวนการพบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 3 ข้อ ระดับมาก 2 ข้อ และระดับปานกลาง 1 ข้อ
        2.3 ด้านผลผลิต พบว่าผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 5 ข้อ และระดับมาก 2 ข้อ
    3. ผลการประเมินโครงการส่งเสริมการรักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีของผู้ปกครอง พบว่า ผลการประเมินโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าอยู่ในระดับมาก 10 ข้อ
nnonnapha 27 มี.ค. 2558 เวลา 16:38 น. 0 836
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^