LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กศน.อุตรดิตถ์ เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป สมัครตั้งแต่บัดนี้-9ธ.ค.2559 05 ธ.ค. 2559ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60 05 ธ.ค. 2559สทศ.รับสมัครสอบแกต-แพตครั้งที่2 05 ธ.ค. 2559ศธ. ชงเกรด1.00 มีสิทธิกู้ กยศ. 05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต

ผลการเปรียบเทียบการใช้แผนการเรียนรู้เจ็ดขั้นตอนสอนประดิษฐ์ จากชุ

usericon

ผลการเปรียบเทียบการใช้แผนการเรียนรู้เจ็ดขั้นตอนสอนประดิษฐ์ จากชุ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เจ็ดขั้นตอนสอนประดิษฐ์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทดลองที่ใช้แผนการเรียนรู้เจ็ดขั้นตอนสอนประดิษฐ์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ และกลุ่มควบคุมที่เรียนด้วยแผนปกติ และศึกษาเจตคติของนักเรียนกลุ่มทดลองที่มีต่อแผนการเรียนรู้ที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ ของนักเรียนชุมนุมงานประดิษฐ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ประชากรที่ใช้ ได้แก่ นักเรียนชุมนุมงานประดิษฐ์โรงเรียนเทศบาล 4 (ภูมินทร์ราษฎร์นุxxxล) กองการศึกษาเทศบาลเมืองพะเยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 20 คน และกลุ่มควบคุม 20 คน ได้มากจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)โดยกลุ่มทดลองได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนการเรียนรู้เจ็ดขั้นตอนสอนประดิษฐ์ โดยการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ และกลุ่มควบคุม 20 คน ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนปกติ เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เจ็ดขั้นตอนสอนประดิษฐ์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ จำนวน 11 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t ผลการวิจัยพบว่า
นักเรียนกลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และผลการศึกษาเจตคติของกลุ่มทดลองที่มีต่อแผนการเรียนรู้เจ็ดขั้นตอนสอนประดิษฐ์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ มีระดับเจตคติอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.98, ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.73)
14 มี.ค. 2558 เวลา 03:00 น. 0 85
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^