LASTEST NEWS

20 ก.ย. 2561ด่วนที่สุด การคัดเลือกเพื่อบรรจุครูผู้ช่วย (ทุนด้านการสอนภาษาต่างประเทศที่สองเพื่อผลิตครูสาขาวิชาที่ขาดแคลน) 20 ก.ย. 2561เป็นเด็กไทยมันเหนื่อย! เรียนแน่นเกือบ 24 ชม. ไม่เว้นแม้ชั้นอนุบาล 20 ก.ย. 2561"ครูก้า" ล่า 1.5 หมื่นชื่อ จี้ออก กม.ห้าม รร.จัดสอบเข้า ป.1 ทำเด็กเครียด ขวางทักษะสมอง 19 ก.ย. 2561ด่วน! ธนาคารแห่งประเทศไทย รับสมัครพนักงานหลายอัตรา วุฒิป.ตรีเริ่มต้น 28,500 บาท ++ 19 ก.ย. 2561(วุฒิป.ตรี เงินเดือน 18,000.- บาท) สอศ. เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา 19 ก.ย. 2561"หมอธี"เห็นใจครูตรวจการบ้านผิด ชี้บวกลบผิดบ่อยก็ไม่สมควรเป็นครู 19 ก.ย. 2561สอบครูผู้ช่วย 61 คนสอบได้ไม่ถึงครึ่ง - สพฐ.เร่งบรรจุ ภายใน 1 ต.ค.นี้ 19 ก.ย. 2561มาแล้ว! ธนาคาร “เซเว่น” - เริ่มใช้บริการตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมนี้ 19 ก.ย. 2561ผลสอบครูผู้ช่วยล่าสุด สมัครเกือบ 2 แสน ผ่าน 5.8 หมื่น 19 ก.ย. 2561นักวิชาการ ชี้ ปัจจุบันครูเอกประถมศึกษาน้อยทำให้อาจขาดความรู้เฉพาะทาง

รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเ

usericon

ชื่อเรื่อง        รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต
        สองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD
        สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษา        นางปิลันธนา พลีดี
ที่ทำงาน    โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์
ปีที่ศึกษา    2556
        
บทคัดย่อ
     การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อสร้างชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนเรียนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนรู้โดยการใช้ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้อง 1 โรงเรียนเทศบาลวัดท้ายตลาด (กวีธรรมสาร) จำนวน 39 คน ที่กำลังเรียนภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
     เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วยชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 6 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 จำนวน 16 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบปรนัย เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนรู้โดยการใช้ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)

สรุปผลการศึกษา
    1. ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.87/84.32 และค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.63 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน พบว่า มีค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเท่ากับ 16.23 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยของคะแนนเท่ากับ 24.90 และผลการเปรียบเทียบความแตกต่างกันระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการทดสอบค่าที (t-test) เท่ากับ 21.42 แสดงว่าคะแนนหลังเรียนสูงขึ้นกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยการใช้ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยการใช้ชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ในระดับความพึงพอใจมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.50
comicboyz 11 มี.ค. 2558 เวลา 16:37 น. 0 179
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^