LASTEST NEWS

25 ก.พ. 2560(รับเยอะ 27อัตรา) สพม.4 เปิดสอบพนักงานราชการครู 15 อัตรา ครูอัตราจ้าง/ลูกจ้างชั่วคราว 12 อัตรา 24 ก.พ. 2560ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ 24 ก.พ. 2560โรงเรียนฉือจี้เชียงใหม่ รับสมัครครูอัตราจ้างและบุคลากรทางการศึกษา 11 อัตรา 24 ก.พ. 2560งานดีๆ มาแล้ว! อบจ.อุดรธานี เปิดสอบผู้ช่วยครู 32 อัตรา และบุคลากรสนับสนุนการสอนอีก 15 อัตรา 24 ก.พ. 2560เพิ่งจบหลักสูตรทางการศึกษา มีวิธีไหนบ้างที่จะได้ใบประกอบวิชาชีพแบบเร่งด่วน ให้ทันสมัครสอบบรรจุ 24 ก.พ. 2560รับสมัครด่วน! ครูขาดแคลนขั้นวิกฤต วุฒิป.ตรีทางการศึกษาทุกสาขา เงินเดือน 15,000.-บาท 24 ก.พ. 2560วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 32 อัตรา บางตำแหน่งไม่ต้องใช้วุฒิครู เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป กศน.นราธิวาส 24 ก.พ. 2560เทศบาลเมืองท่าโขลง เปิดสอบผู้ช่วยครู 7 อัตรา สมัคร 7-17มีนาคม 2560 24 ก.พ. 2560สพป.สงขลา เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการครู 4 อัตรา 24 ก.พ. 2560สพฐ.คลอดปฏิทินใหม่รับลูกร่นเวลาสอบครูผู้ช่วย

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยบท

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยบท
ชื่อเรื่อง            การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์
ด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหา
โดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย            ว่าที่ร้อยตรีหญิงฑิฆัมพร ก้อนคำ
ปีการศึกษา         ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
สถานศึกษา        โรงเรียนกันทรารมณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28

บทคัดย่อ

    การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch 4) เพื่อศึกษาทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/13 จำนวน 40 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนกันทรารมณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling)
โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม รูปแบบการวิจัยเป็นรูปแบบการวิจัยแบบทำการทดสอบก่อนและหลัง
การทดลอง (One Group Pretest - Posttest Design) ระยะเวลาในการทดลอง คือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่
1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ที่มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.21 - 0.75 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.29 - 0.92 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 2) แบบประเมินทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ (ตามแนวคิดของGuilford) เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 4 ระดับ จำนวน 4 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.22 – 0.78 และ
มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.85 3) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.60 – 0.82 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้
t-test (Dependent Samples)

    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
        1. บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 86.26/84.94 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
        2. บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.68 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 68
        3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        4. ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.54) ด้านที่มีระดับคุณภาพมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ด้านที่ 1 การคิดคล่องแคล่ว อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.59, S.D.= 0.52) ด้านที่ 2 การคิดยืดหยุ่น อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.56, S.D. = 0.56) และด้านที่ 4 การคิดละเอียดลออ อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.55, S.D.=0.54) และด้านที่มีระดับคุณภาพน้อยที่สุด คือ ด้านที่ 3 การคิดริเริ่ม อยู่ในระดับ มาก ( = 4.53, S.D.=0.55)

        5. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เรื่องการดำเนินการแก้ปัญหาโดยใช้โปรแกรมภาษา Scratch โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.52, S.D. = 0.58) ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ข้อที่ 2 การเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL ทำให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น ( = 4.73, S.D. = 0.51) รองลงมาคือ ข้อที่ 3 บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL ทำให้เกิดทักษะในการปฏิบัติกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.70, S.D. = 0.52) รองลงมาคือ ด้านที่ 14 นักเรียนมีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการทำงานที่ดีขึ้นอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.68, S.D. = 0.57) และด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านที่ 8 กิจกรรมในบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิคแบบ PBL เหมาะสมกับเวลา อยู่ในระดับมาก ( = 4.38, S.D. = 0.54)
10 มี.ค. 2558 เวลา 11:11 น. 0 345
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^