LASTEST NEWS

05 ธ.ค. 2559คลอดกรอบหลักสูตรผลิตครูรูปแบบใหม่ 05 ธ.ค. 2559ด่วน! สพม.30 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 อัตรา 05 ธ.ค. 2559กศน.อุตรดิตถ์ เปิดสอบพนักงานราชการทั่วไป สมัครตั้งแต่บัดนี้-9ธ.ค.2559 05 ธ.ค. 2559ช.พ.ค.สูงวัยหยุดส่งเงินรายศพเริ่มม.ค.60 05 ธ.ค. 2559สทศ.รับสมัครสอบแกต-แพตครั้งที่2 05 ธ.ค. 2559ศธ. ชงเกรด1.00 มีสิทธิกู้ กยศ. 05 ธ.ค. 2559ศธ.น้อมนำพระราชกระแสในหลวงร.9 05 ธ.ค. 2559แจกสูตรคำนวณ Excel สำหรับทุกงาน ทุกสายอาชีพครับ 05 ธ.ค. 2559ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 489/2559 การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาการทุจริต กระทรวงศึกษาธิการ 05 ธ.ค. 2559ข่าวดี! สำนักงาน ก.พ.ประกาศรับสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก ภาคพิเศษ สมัครทางอินเทอร์เน็ต

ผลการเปรียบเทียบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค

usericon

ผลการเปรียบเทียบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่อง การสร้างสรรค
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุและการเรียนการสอนโดยวิธีเรียนแบบปกติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 4 (ภูมินทร์ราษฎร์นุxxxล) อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา กองการศึกษาเทศบาลเมืองพะเยา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ที่เรียนโดยการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ กับนักเรียนกลุ่มควบคุมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 ที่เรียนด้วยวิธีเรียนแบบปกติโดยการใช้หนังสือเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 4 (ภูมินทร์ราษฎร์นุxxxล) จังหวัดพะเยา กองการศึกษาเทศบาลเมืองพะเยา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 33 คน เป็นกลุ่มทดลอง และชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 33 คน เป็นกลุ่มควบคุม ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเชิงเดียว (Simple Random Sampling) จากวิธีการจับสลากกลุ่มประชากร จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวน 66 คน โดยการใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ จำนวน 11 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวน 2 เล่ม แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 วิธีดำเนินการ ผู้วิจัยได้ทดสอบก่อนเรียน ดำเนินการจัดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ ทั้งหมด 11 เล่ม ทำแบบฝึกหัดระหว่างเรียนและทดสอบหลังเรียน สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 5/1 ที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุและการเรียนการสอนโดยวิธีเรียนแบบปกติ นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์โดยใช้สถิติ ได้แก่ การหาค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. ผลการหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น จำนวน 11 เล่ม จากการนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง (กลุ่มทดลอง) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนเทศบาล 4 (ภูมินทร์ราษฎร์นุxxxล) จังหวัดพะเยา กองการศึกษาเทศบาลเมืองพะเยา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 พบว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 ในภาพรวมมีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.31/84.11
2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทดลองจากการใช้ชุดกิจกรรม การเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 และกลุ่มควบคุมจากการเรียนด้วยวิธีเรียนแบบปกติโดยการใช้หนังสือเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนเทศบาล 4 (ภูมินทร์ราษฎร์นุxxxล) จังหวัดพะเยา กองการศึกษาเทศบาลเมืองพะเยา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียนของกลุ่มทดลองสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียนของกลุ่มควบคุม
3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง (กลุ่มทดลอง) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 จำนวน 33 คน ที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างสรรค์งานประดิษฐ์เศษวัสดุ จากการตอบแบบสอบถาม จำนวน 10 ข้อรายการ พบว่า นักเรียนมีระดับความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.99, ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.08) เมื่อพิจารณาเป็นรายเล่ม พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจว่าเหมาะสมในระดับมากที่สุดทุกเล่ม
07 มี.ค. 2558 เวลา 14:32 น. 0 184
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^