LASTEST NEWS

30 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! สรุปจำนวนผู้สมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปีพ.ศ.2560 30 มี.ค. 2560CHES หนุน "หมอธี"ให้คนไม่มีตั๋วครูสอบได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า 30 มี.ค. 2560เกินคาด ผู้ว่างงาน-นศ.จบใหม่ทั่วสารทิศแห่สมัครสอบครูผู้ช่วยบุรีรัมย์ คาดทะลุหมื่น 30 มี.ค. 2560นายกฯ หวัง รมว.ศธ.ไม่โดนล่าชื่อถอด ปัดดูถูกครูให้วุฒิอื่นสอน ยันทหารไม่จุ้นพลังงาน 30 มี.ค. 2560สำนัก สพร.ชี้แจง กรณีมีการโพสต์กำหนดการสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ.ปี2560 30 มี.ค. 2560สมัครครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก – สมัคร "ปฐมวัย" มากที่สุด 30 มี.ค. 2560คุรุสภาประกาศชื่อ25 มหา'ลัยได้ตั๋วครู 30 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ปลดล็อกเทียบวิชาสมัครสอบไม่ดูเกรด 30 มี.ค. 2560เปิด "25 สาขาวิชา" สอบครูไม่มีใบวิชาชีพได้ 29 มี.ค. 2560ก.ค.ศ.ไฟเขียวผู้สมัครครู ผช.ใช้เอกสารแสดงสถานะขึ้นทะเบียนสมัครแทน ‘ตั๋วครู’ ตัวจริง

การพัฒนาการอ่านจับใจความ โดยใช้ชุดฝึกทักษะร่วมกับการเรียนแบบร่ว

usericon

การพัฒนาการอ่านจับใจความ  โดยใช้ชุดฝึกทักษะร่วมกับการเรียนแบบร่ว
บทคัดย่อ


ชื่อเรื่อง การพัฒนาการอ่านจับใจความ โดยใช้ชุดฝึกทักษะร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย นางนริมล มูหำหมัด
ปีที่วิจัย 2556

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามเกณฑ์ 80 / 80
2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังได้รับการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ 3) เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนภาษาไทยโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือ ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านคลองต่อ (ทวีรัตน์อุปถัมภ์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 จำนวน 20 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purpose sampling)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มี 1) ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 6 เล่ม 2) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ จำนวน 20 แผน
แผนละ 1 ชั่วโมง รวม 20 ชั่วโมง 3) แบบทดสอบท้ายชุดฝึกทักษะ เป็นแบบทดสอบเลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก ชุดละ 10 ข้อ ทั้งหมดจำนวน 6 ชุด 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบมี 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 30 คะแนน จำนวน 1 ฉบับ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ
เป็นแบบมาตราประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาค่าประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ด้วยวิธี / การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ โดยการทดสอบค่าที (t – test) และการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการเรียนภาษาไทยโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.17 / 83.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80 /80
ที่ตั้งไว้ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้รับการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ หลังการเรียนสูงกว่าก่อนการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
มีความพึงพอใจต่อการเรียนภาษาไทย โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความ มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.60)




















somsakheemhem 05 มี.ค. 2558 เวลา 22:39 น. 0 257
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^