ชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่อง ความน่าจะเป็น
LASTEST NEWS

14 ส.ค. 2561ที่พักฟรี! โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว และครูอัตราจ้าง รวม 16 อัตรา 14 ส.ค. 2561"คุรุสภา" เดินเครื่องทำคลังข้อสอบตั๋วครู 14 ส.ค. 2561นายกฯ ปลื้มโครงการคูปองพัฒนาครู 14 ส.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ.ความก้าวหน้าเกี่ยวกับการกำหนดกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจลงโทษฯ และกฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือนฯ 14 ส.ค. 2561สพฐ.รับนโยบาย'หมอธี'ลดภาระงานครูเพิ่มเวลาสอนเด็กเต็มที่ขึ้น 14 ส.ค. 2561โรงเรียนวัดลากค้อน รับสมัครครูอัตราจ้าง สาขาวิชาเอก ดนตรี-นาฏศิลป์ เงินเดือน 15,000.-บาท 14 ส.ค. 2561เช็คอีกที ข้อสอบออกตามนี้! หลักสูตรสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 14 ส.ค. 2561ส.ค.ศ.ท.จี้เลิกหลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครู 14 ส.ค. 2561วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561 14 ส.ค. 2561สมาคมจิตแพทย์ฯ แนะทบทวนกิจกรรมเชิญแม่มาโรงเรียน

ชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่อง ความน่าจะเป็น

usericon

ชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่อง ความน่าจะเป็น
บทคัดย่อ
    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1)เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องความน่าจะเป็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังเรียนด้วยชุดการเรียนรู้ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดการเรียนรู้
ประชากรที่ใช้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) สังกัดเทศบาลเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี จำนวน 2 ห้องเรียน ภาคเรียนที่ 2ปีการศึกษา 2557 ประกอบด้วยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 44 คน และนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 42 คน รวมทั้งสิ้น 86 คน
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดมหาธาตุวรวิหาร) เทศบาลเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 42 คน ที่ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม ซึ่งนักเรียนแต่ละห้องเรียนมีผลการเรียนไม่แตกต่างกัน เนื่องมาจากทางโรงเรียนจัดห้องเรียนโดยคละความสามารถของนักเรียน
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) ชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ จำนวน 5 ชุด 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 40 ข้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนรู้
            ผลการศึกษาพบว่า            
    1. ประสิทธิภาพชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่อง ความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 82.76/81.31 แสดงว่าชุดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ความน่าจะเป็น จากการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียนที่ใช้ ชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีผลคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
    3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือด้วยเทคนิค TAI เรื่องความน่าจะเป็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก
baimoncha 03 มี.ค. 2558 เวลา 00:06 น. 0 214
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^