รายงานการสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่องทศนิยมและเศษส่วน
LASTEST NEWS

20 ส.ค. 2561ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน พ.ศ. 2561 20 ส.ค. 2561ก.ค.ศ.จัดประชุมปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ คัดครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ - เพื่อให้การดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ 20 ส.ค. 2561"หมอธี"ประกาศเลิกใช้ครูทำธุรการ ทุ่ม3พันล้านจ้างจนท. 20 ส.ค. 2561ด่วน! สถ.เตรียมพร้อมเรียกบรรจุ "ขรก.-พนง.ท้องถิ่น" รอบ 5 29-30 ส.ค.นี้ 20 ส.ค. 2561หั่นTCASเหลือ6เดือนครึ่ง-ลดค่าสมัครเป็นวิชาละ100 20 ส.ค. 2561ไม่ลดข้าราชการ เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล 20 ส.ค. 2561"ครูน้อย"โดนหางเลข"ขนมจีนคลุกน้ำปลา" ถูก ป.ป.ช. ไต่สวนด้วย 20 ส.ค. 2561"หมอธี"นำทีมประเมินคุณภาพแนวใหม่ 20 ส.ค. 2561ครูผู้ช่วยปี61 กรอกเลขข้อสอบ ภาก ก ผิดทุกชุด 20 ส.ค. 2561ห่วงครูผู้น้อยรับบาปทุจริตอาหารกลางวัน

รายงานการสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่องทศนิยมและเศษส่วน

usericon

ชื่อเรื่อง : รายงานการสร้างและพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่องทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการ
เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษา : ชนิตร์นันท์ ห้องแซง
ปีที่วิจัย     : 2560

บทคัดย่อ
        การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 จำนวน 1 ห้อง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 21 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม รูปแบบของการศึกษาคือ One Group Pretest – Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบร่วมมือเทคนิค STAD จำนวน 15 แผน แบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน จำนวน 15 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากระหว่าง 0.32 – 0.80 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.20 – 0.55 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.86 และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะเรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสถิติ และการทดสอบค่า t-test (Dependent t-test)
    ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า
1)    แบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.27/76.03
    2) ค่าดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เท่ากับ .6118 หรือ คิดเป็นร้อยละ 61.18
    3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    4) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทศนิยมและเศษส่วน โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.61 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.11)


ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^