LASTEST NEWS

17 ก.พ. 2562ก.ค.ศ.ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติขรก.ครู ผู้ขอเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ 17 ก.พ. 2562ดาวน์โหลด !! คู่มือการจัดตั้งงบประมาณ ปี 2563 17 ก.พ. 2562กศจ.สุโขทัย เรียกบรรจุครูผู้ช่วย โดยขอใช้บัญชี กศจ.เพชรบูรณ์ 2 อัตรา 17 ก.พ. 2562ไม่ต้องผ่านภาค ก วุฒิป.ตรีทุกสาขา เงินเดือน 18,000.- บาท มหาวิทยาลัยนครพนม เปิดสอบพนักงานราชการ 17 ก.พ. 2562สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดสอบพนักงานราชการ 17 อัตรา สมัคร 21 - 28 กุมภาพันธ์ 2562 17 ก.พ. 2562รับราชการครูแต่จับได้ใบแดง 17 ก.พ. 2562ครูช่างเฮ!! บอร์ดคุรุสภาสั่ง กมว.ออกระเบียบปลดล็อกไม่ต้องมีตั๋วครู 17 ก.พ. 2562คุรุสภา รับสมัครเจ้าหน้าที่บริหารทั่วไปปฏิบัติการ ตั้งแต่ 6-20 ก.พ.2562 17 ก.พ. 2562สอศ.เปิดสอบพนักงานราชการครู 40 อัตรา วุฒิปริญญาตรีเงินเดือน 18,000.- บาท (สมัครบัดนี้เป็นต้นไป) 16 ก.พ. 2562สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดสอบข้าราชการตำรวจ 521 อัตรา สมัคร 12 มี.ค.-1 เม.ย. 62

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่

usericon

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่
ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน     นางสาวเพ็ญพิศ เกื้อเส้ง
ปีการศึกษา     2556

บทคัดย่อ
    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ปีการศึกษา 2556 จำนวน 21 คน ผลการวิจัยพบว่า    
    1. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.24/81.90 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่านักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในเรื่องสาระการเรียนรู้น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 รองลงมา คือ ลักษณะรูปเล่มมีภาพประกอบน่าสนใจ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ
29 ธ.ค. 2557 เวลา 09:40 น. 0 341
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^