LASTEST NEWS

21 พ.ย. 2560มาแล้ว! ทุนครูคืนถิ่น รับสมัคร2.7หมื่นอัตรา จบแล้วบรรจุครูผู้ช่วยภูมิลำเนาทันที - สมัครถึง8ธ.ค.60 21 พ.ย. 2560สถ.แจ้งให้ม.บูรพา ตรวจสอบข้อร้องเรียนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 21 พ.ย. 2560โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นนักเรียนจ่าอากาศ 393 นาย 21 พ.ย. 2560ไม่ต้องผ่านภาค ก. 31 อัตรา สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงาน 21 พ.ย. 2560ยันไม่มีระเบียบให้กล้อนผมเด็ก 20 พ.ย. 2560สพป.สุรินทร์ เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการตำแหน่งครูผู้สอนและครูอัตราจ้าง รวม 19 อัตรา 20 พ.ย. 2560รับสมัครครูผู้ช่วย ห้ามจัดติวเด็ดขาด ตั้งกรรมการเกาะติด 20 พ.ย. 2560สพฐ.เปิดสอบครูผู้ช่วย 4,680 อัตรา - กำชับสอบครูผู้ช่วยครั้งที่2ต้องโปร่งใส 20 พ.ย. 2560เปิดแล้ว! สถ.รับสมัครสอบสายงานบริหาร 9,893พันอัตรา สมัคร20พ.ย.-15ธ.ค.60 20 พ.ย. 2560เบื้องหลัง"ครูแอน-ครูวัลย์"ทำไม?..ชวดบรรจุ"ครูผู้ช่วย"

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่

usericon

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่
ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน     นางสาวเพ็ญพิศ เกื้อเส้ง
ปีการศึกษา     2556

บทคัดย่อ
    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ปีการศึกษา 2556 จำนวน 21 คน ผลการวิจัยพบว่า    
    1. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.24/81.90 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่านักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในเรื่องสาระการเรียนรู้น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 รองลงมา คือ ลักษณะรูปเล่มมีภาพประกอบน่าสนใจ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ
29 ธ.ค. 2557 เวลา 09:40 น. 0 231
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^