เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่
LASTEST NEWS

17 ส.ค. 2561ก.ค.ศ.ถกวางแผนสอบครูภาค ก 17 ส.ค. 2561กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดสอบรับราชการ 32 อัตรา สมัครทางอินเทอร์เน็ต 24ส.ค.-13ก.ย.2561 17 ส.ค. 2561กรมพลศึกษา เปิดสอบบรรจุรับราชการ วุฒิปวส.ทุกสาขา สมัคร 27 ส.ค. - 7ก.ย.2561 17 ส.ค. 2561มาแล้ว! เงินตกเบิกวิทยฐานะครู ประจำปีพ.ศ.2561 17 ส.ค. 2561เดินหน้าแก้ปัญหางานธุรการครบวงจร 17 ส.ค. 2561ไม่เว้นคนท้อง!สอบบรรจุ"ครู"ต้องสวม"เสื้อยืดสีขาว"เท่านั้น 17 ส.ค. 2561ด่วนที่สุด โครงการผู้นำเทคโนโลยีทางด้านการศึกษา (ICT Talent) ครั้งที่ 1 (แจ้งครู ICT เข้าทำแบบทดสอบ) 16 ส.ค. 2561อย่าพลาดโอกาส !! ก่อนลงสนามสอบต้องดู นักจิตวิทยาและแนวคิดที่ออกสอบ มีแต้มทุกคน 16 ส.ค. 2561ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว4832 แจ้งจัดสรรอัตราข้าราชการครูฯ ที่จะเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2561 16 ส.ค. 2561​น็อคเอ้า เข้าป้าย. น็อคข้อสอบก่อนลงสนาม. จำนวน 60 ข้อ พร้อม เฉลย....ก่อนลงสนาม

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่

usericon

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่
ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน     นางสาวเพ็ญพิศ เกื้อเส้ง
ปีการศึกษา     2556

บทคัดย่อ
    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ปีการศึกษา 2556 จำนวน 21 คน ผลการวิจัยพบว่า    
    1. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.24/81.90 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่านักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในเรื่องสาระการเรียนรู้น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 รองลงมา คือ ลักษณะรูปเล่มมีภาพประกอบน่าสนใจ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ
29 ธ.ค. 2557 เวลา 09:40 น. 0 276
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^