LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2561รู้แล้วจะอึ้ง! เด็ก ป.3 เสนอวิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพงหูฉี่ 24 พ.ค. 2561โรงเรียนบ้านโคคลาน รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 6-10 มิ.ย.2561 24 พ.ค. 2561ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า "ไม่มีเหตุผลอันสมควร" ต้องละทิ้งหน้าที่ 24 พ.ค. 2561สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 รับครูอัตราจ้างแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤติ 8 อัตรา สมัคร22-28พ.ค.2561 24 พ.ค. 2561กรมชลประทาน รับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 48 อัตรา (สมัครทางอินเทอร์เน็ต 1-21มิ.ย.2561) 23 พ.ค. 2561ธนาคารออมสิน เปิดรับพนักงาน 100 อัตรา (วุฒิป.ตรีขึ้นไป) สมัครทางอินเทอร์เน็ตบัดนี้-31พ.ค.2561 23 พ.ค. 2561ชาวมหาวิทยาลัยรุมค้านรวมวท.-สกอ. 23 พ.ค. 2561วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร28พ.ค.-22มิ.ย.61 23 พ.ค. 2561บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รับสมัครพนักงาน วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา สมัครออนไลน์บัดนี้-31พ.ค.61 23 พ.ค. 2561โรงเรียนวัดสุนทริกาวาส รับสมัครครูอัตราจ้าง ไม่จำกัดสาขาวิชาเอก สมัครบัดนี้เป็นต้นไป

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่

usericon

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่
ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน     นางสาวเพ็ญพิศ เกื้อเส้ง
ปีการศึกษา     2556

บทคัดย่อ
    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ปีการศึกษา 2556 จำนวน 21 คน ผลการวิจัยพบว่า    
    1. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.24/81.90 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่านักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในเรื่องสาระการเรียนรู้น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 รองลงมา คือ ลักษณะรูปเล่มมีภาพประกอบน่าสนใจ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ
29 ธ.ค. 2557 เวลา 09:40 น. 0 251
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^