LASTEST NEWS

24 มี.ค. 2560รวมลิงค์!! ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว1782 การสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2560 24 มี.ค. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 24 มี.ค. 2560(( เตรียมลิงค์รอ )) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย กทม. 2560 ผลสอบครูกทม.2560 ประกาศวันที่ 21 เมษายน 2560 24 มี.ค. 2560จุฬาฯ ห่วง เปิดช่องไร้ตั๋วสอบบรรจุครู มีผลต่อเด็กเลือกเรียนต่อมหาวิทยาลัย 24 มี.ค. 2560โรงเรียนมนตรีศึกษา รับสมัครครูผู้สอน 9 อัตรา สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 24 มี.ค. 2560การศึกษา: วงการแม่พิมพ์ระอุ...ศธ.เปิดทางคนเก่งไร้ตั๋วสอบครูได้ 24 มี.ค. 2560ชี้ความเสี่ยงของคนไร้ตั๋วสอบครู ผช."สุรวาท"แนะควรใช้ในกรณีพิเศษ-ขัดหลักวิชาชีพ-พรบ.สภาครู/เงินเดือน 24 มี.ค. 2560เงินเดือนขึ้นร้อยละ ก.ค.ศ.ให้เริ่มใช้ 1 ต.ค.60 - ยกเลิกแบบ 0.5ขั้น, 1ขั้น - มีขั้นต่ำ-ขั้นสูงของอันดับ 24 มี.ค. 2560เลื่อนเงินเดือนครูฯเป็นเปอร์เซ็นต์เริ่ม 1 ตุลานี้

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่

usericon

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ : รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่
ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน     นางสาวเพ็ญพิศ เกื้อเส้ง
ปีการศึกษา     2556

บทคัดย่อ
    รายงานการพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้ได้ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดชุมประดิษฐ์ อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ปีการศึกษา 2556 จำนวน 21 คน ผลการวิจัยพบว่า    
    1. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผู้รายงานได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 81.24/81.90 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคควรรู้คู่สุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.32 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16 และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ปรากฏว่านักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดในเรื่องสาระการเรียนรู้น่าสนใจเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.71 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.46 รองลงมา คือ ลักษณะรูปเล่มมีภาพประกอบน่าสนใจ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.62 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ
29 ธ.ค. 2557 เวลา 09:40 น. 0 206
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^