LASTEST NEWS

23 ก.พ. 2560สพฐ.ปรับปฏินทินสอบครูผู้ช่วยเสร็จแล้ว 23 ก.พ. 2560กศจ.สระบุรี เปิดสอบบรรจุครูผู้ช่วย 22 วิชาเอก 64 อัตรา 23 ก.พ. 2560ก.ค.ศ.อนุมัติตำแหน่งและอัตราเงินเดือนข้าราชการครูฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 3,492 อัตรา 23 ก.พ. 2560การประชุมขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ICU 22 ก.พ. 2560(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) เงินเดือน 19,500 บาท มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย 22 ก.พ. 2560เช็คยอดสมัครที่นี่! กางสรุปยอดสมัคร สอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ 22 ก.พ. 2560ไม่มีวุฒิครูเชิญเลย! ม.ธุรกิจบัณฑิต เปิดรับ ป.โท ชนิดรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 22 ก.พ. 2560สำรวจ 2 ช่องทาง ป.ตรีอื่น อยากเป็นครู 22 ก.พ. 2560สพฐ.เปิดสัดส่วนรับ ม.1 โรงเรียนต่างจังหวัด ทั่วประเทศ 224 โรง 22 ก.พ. 2560ดึง รร.นานาชาติติวครูผู้ช่วย สพฐ.

การบริหารจัดการความรู้ของโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุส

usericon

การบริหารจัดการความรู้ของโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุส
ผลงานทางวิชาการ
    เรื่อง การบริหารจัดการความรู้ของโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุสิตกรุงเทพมหานคร
ผู้วิจัย
    นายไพฑูรย์ มีวีระสม        
ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุสิต    

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการความรู้ ของโรงเรียน วัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และศึกษาข้อเสนอแนะการบริหารจัดการความรู้ ของโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยประชากรในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2557 จำนวน 18 คน การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการวิจัย พบว่า
1.ระดับการบริหารจัดการความรู้ของโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุสิตกรุงเทพมหานคร ในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยของคะแนน เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ คือ ด้านการค้นหาความรู้รองลงมาคือ ด้านการประมวลและกลั่นกรองความรู้ ด้านจัดการความรู้ให้เป็นระบบ ด้านการสร้างและแสวงหาความรู้ ด้านการเข้าถึงความรู้ ด้านการเรียนรู้ และด้านการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ตามลำดับ เมื่อพิจารณารายด้าน
     1.1ด้านการค้นหาความรู้ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากันจำนวน 2 ข้อ คือ มีวิเคราะห์แหล่งความรู้ที่มีอยู่ในโรงเรียน เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานให้บรรลุเป้าประสงค์ของโรงเรียน และ วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนในการปฏิบัติงานตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อปรับปรุงแก้ไขอย่างเป็นระบบ
    1.2 ด้านการสร้างและแสวงหาความรู้ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ มีรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นมากกว่าที่จะยึดแนวคิดของตนเองเป็นหลัก
    1.3 ด้านการจัดการความรู้ให้เป็นระบบ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ รวบรวมและสร้างระบบฐานข้อมูลหรือความรู้ที่สามารถค้นหาและ นำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายและรวดเร็ว
1.4 ด้านการประมวลและกลั่นกรองความรู้ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ เห็นคุณค่าความรู้และทักษะที่มีอยู่ในตนเอง ซึ่งเกิดจากประสบการณ์
    1.5 ด้านการเข้าถึงความรู้ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน จำนวน 3 ข้อ คือ เก็บรวบรวมข้อมูลหรือความรู้ไว้ในระบบฐานข้อมูล สามารถเข้าถึงข้อมูลโดยผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อินเตอร์เน็ตหรือระบบอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วและถูกต้อง จัดเก็บข้อมูลหรือความรู้เพื่อความสะดวกในการค้นหา เช่น งานวิจัย รายงานประจำปี และใช้วิธีการเข้าถึงความรู้โดยใช้เทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อ เผยแพร่สิ่งที่ได้เรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจทราบ
    1.6 ด้านการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ เข้าร่วมกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ ที่หน่วยงานภายนอกจัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ
1.7 ด้านการเรียนรู้ พบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากันจำนวน 2 ข้อ คือ มีนำข้อมูลหรือความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจแก้ปัญหาและปรับปรุงการปฏิบัติงานและนำข้อมูลหรือความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
2.ข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการความรู้ ของโรงเรียนวัดสมณานัมบริหาร สำนักงานเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
2.1ด้านการค้นหาความรู้ ข้อที่มีความถี่สูงสุดคือ ส่งเสริมให้ครูศึกษา ค้นคว้าเทคนิควิธีการสอนใหม่ ๆ มาพัฒนาการเรียนรู้
    2.2 ด้านการสร้างและแสวงหาความรู้ ข้อที่มีความถี่สูงสุด คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรติดตั้งอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในโรงเรียนให้คณะครูและบุคลากรใช้ค้นคว้าและหาความรู้อย่างเต็มที่
    2.3 ด้านการจัดความรู้ให้เป็นระบบ ข้อที่ความถี่สูงสุดคือ ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการการจัดการความรู้ของโรงเรียน เป็นคณะทำงาน
    2.4 ด้านการประมวลและกลั่นกรองความรู้ ข้อที่ความถี่สูงสุดคือ ควรนำความรู้ที่ได้มาประมวลและเรียบเรียง
2.5 ด้านการเข้าถึงความรู้ ข้อที่ความถี่สูงสุดคือ จัดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้บุคลากรเข้าถึงความรู้ได้อย่าง ง่าย ๆ เช่น อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง
2.6 ด้านการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อที่ความถี่สูงสุดคือ จัดนิทรรศการในกลุ่มเครือข่าย โรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
2.7 ด้านการเรียนรู้ ข้อที่ความถี่สูงสุดคือ ส่งเสริมให้บุคลากรในโรงเรียนพัฒนาตนเองด้วยการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น
bunjerd102 05 พ.ย. 2557 เวลา 10:45 น. 0 114
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^