LASTEST NEWS

24 พ.ค. 2561วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 4 อัตรา สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 รับสมัครครูธุรการ สมัคร22-28 พฤษภาคม 2561 24 พ.ค. 2561รู้แล้วจะอึ้ง! เด็ก ป.3 เสนอวิธีแก้ปัญหาน้ำมันแพงหูฉี่ 24 พ.ค. 2561โรงเรียนบ้านโคคลาน รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 6-10 มิ.ย.2561 24 พ.ค. 2561ป่วยจริงแต่ยังปฏิบัติงานได้ ถือว่า "ไม่มีเหตุผลอันสมควร" ต้องละทิ้งหน้าที่ 24 พ.ค. 2561สพป.บุรีรัมย์ เขต 4 รับครูอัตราจ้างแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤติ 8 อัตรา สมัคร22-28พ.ค.2561 24 พ.ค. 2561กรมชลประทาน รับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ 48 อัตรา (สมัครทางอินเทอร์เน็ต 1-21มิ.ย.2561) 23 พ.ค. 2561ธนาคารออมสิน เปิดรับพนักงาน 100 อัตรา (วุฒิป.ตรีขึ้นไป) สมัครทางอินเทอร์เน็ตบัดนี้-31พ.ค.2561 23 พ.ค. 2561ชาวมหาวิทยาลัยรุมค้านรวมวท.-สกอ. 23 พ.ค. 2561วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง เปิดสอบพนักงานราชการครู 5 อัตรา สมัคร28พ.ค.-22มิ.ย.61 23 พ.ค. 2561บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รับสมัครพนักงาน วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา สมัครออนไลน์บัดนี้-31พ.ค.61

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน

usericon

ชื่อเรื่อง    การศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนบ้านโป่งไฮ
ชื่อผู้ศึกษา    นางณรีกานต์ กิติตุ้ย
ปีที่ศึกษา    ปีการศึกษา ๒๕๕๙


บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและ การเขียนคำพื้นฐานของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ (๒) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการใช้ แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน คำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนบ้านโป่งไฮ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๓๐ คน ใช้เวลาใน การทดลอง ๒๐ ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๒๐ ชั่วโมงแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน ๒๐ ข้อ จำนวน ๑ ฉบับ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ จำนวน ๑๐ ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาค้นคว้า ปรากฏดังนี้
    ๑. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เมื่อนำไปใช้มีค่าเท่ากับ ๘๑.๔๓/๘๔.๘๓ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ ๘๐/๘๐
    ๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน โดยได้คะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน คำพื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๐๐ และคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานเท่ากับ ร้อยละ ๘๔.๘๓ ซึ่งมีร้อยละความก้าวหน้าเท่ากับ ๔๓.๘๓
    ๓. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๐ แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจและมีความสุขในขณะปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ
myarrows1 17 ต.ค. 2560 เวลา 20:58 น. 0 113
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^