LASTEST NEWS

23 ต.ค. 2561“สพฐ.”ยกเลิกข้อสอบกลาง ให้อำนาจ รร.ออกเอง 23 ต.ค. 2561ปัญหาเปลี่ยนหลักสูตรครู4ปีลาม! นิสิตครุฯจุฬาเปิด "เฟสบุ๊ก"ถามทำไมต้องเปลี่ยน 23 ต.ค. 2561กยศ.เปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 50 อัตรา วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา เงินเดือน18,750.-บาท 22 ต.ค. 2561เช็ครายชื่อ 25 กศจ.ที่ดำเนินการเรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 2 แล้ว 22 ต.ค. 2561(( รวมลิงค์ )) เรียกบรรจุผู้สอบแข่งขันได้ ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 ทุกกศจ.ทั่วประเทศ  22 ต.ค. 2561ส.ค.ศ.ท.ขอชัดเจนผลิตครูคืนถิ่นปี62 22 ต.ค. 2561กศจ.แม่ฮ่องสอน เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 49 อัตรา 22 ต.ค. 2561โรงเรียนวัดเสนีวงศ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 23-29 ตุลาคม 2561 22 ต.ค. 2561สพฐ.ลดยุ่งยากสอนผ่านดาวเทียม 22 ต.ค. 2561กลับเปิดหลักสูตรครู 4ปีเหมือนเดิม

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน

usericon

ชื่อเรื่อง    การศึกษาผลการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนบ้านโป่งไฮ
ชื่อผู้ศึกษา    นางณรีกานต์ กิติตุ้ย
ปีที่ศึกษา    ปีการศึกษา ๒๕๕๙


บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑) หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและ การเขียนคำพื้นฐานของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ (๒) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการใช้ แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน คำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนบ้านโป่งไฮ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๓๐ คน ใช้เวลาใน การทดลอง ๒๐ ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๒๐ ชั่วโมงแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน ๒๐ ข้อ จำนวน ๑ ฉบับ และแบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ จำนวน ๑๐ ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐานร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาค้นคว้า ปรากฏดังนี้
    ๑. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เมื่อนำไปใช้มีค่าเท่ากับ ๘๑.๔๓/๘๔.๘๓ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ ๘๐/๘๐
    ๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ หลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียน โดยได้คะแนนการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียน คำพื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๐๐ และคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานเท่ากับ ร้อยละ ๘๔.๘๓ ซึ่งมีร้อยละความก้าวหน้าเท่ากับ ๔๓.๘๓
    ๓. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น อยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๐ แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจและมีความสุขในขณะปฏิบัติกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะ
myarrows1 17 ต.ค. 2560 เวลา 20:58 น. 0 166
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^