LASTEST NEWS

17 ต.ค. 2561ด่วน! วิทยาลัยนาฏศิลป รับสมัครครูอัตราจ้าง 44 อัตรา 17 ต.ค. 2561โรงเรียนบ้านทุ่งกว้าง เปิดสอบธุรการโรงเรียน สมัคร 16-20 ต.ค.2561 17 ต.ค. 2561"ยกเครื่องหลักสูตรครู" ฟันธงเรียนแค่4ปี เริ่มปี62 15 ต.ค. 2561กศจ.แพร่ เรียกบรรจุ 11 อัตรา ขอใช้บัญชีกศจ.อื่น 3 อัตรา (รายงานตัว 25 ต.ค.61) 15 ต.ค. 2561สถานี ก.ค.ศ. มิติการดำเนินงานของสำนักงาน ก.ค.ศ.  15 ต.ค. 2561เปิดรายชื่อ 37 หลักสูตร "13สถาบัน"คุณภาพดีมาก 15 ต.ค. 2561ครูเขียนบันทึกภาระงานขอวิทยฐานะได้ 14 ต.ค. 2561เพิ่งบรรจุเป็นข้าราชการแต่อยากกลับไปทำงานเอกชนเหมือนเดิม 14 ต.ค. 2561โรงเรียนวัดท่าตลาด รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 15-28 ต.ค.2561 14 ต.ค. 2561โรงเรียนเทศบาลท่าตูม รับสมัครครูอัตราจ้าง 8 อัตรา สมัคร 15-19 ต.ค.2561

การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ความปลอดภัยกันไว้ดีกว่าแก้

usericon

ชื่อเรื่อง    การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ความปลอดภัยกันไว้ดีกว่าแก้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ( สุขศึกษา ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน    นายณัฐพล สาคะศุภฤกษ์
ปีที่รายงาน 2560

                 บทคัดย่อ

    การศึกษาในครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อศึกษาค่าดัชนีประสิทธิผล ของการเรียนด้วยชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต เรื่องความปลอดภัยกันไว้ดีกว่าแก้ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จากชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนบ้านดงชมภู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ จำนวน 33 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในครั้งนี้ประกอบด้วย ชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 จำนวน 5 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยาก รายข้อตั้งแต่ 0.20 – 0.80 ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ ตั้งแต่ 0.27 - 0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.85 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

    ผลการศึกษา ผลปรากฏดังนี้
    1. ชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ความปลอดภัยกันไว้ดีกว่าแก้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ 85.15/85.65
2. นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ด้วยชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.67
3. การเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน/หลังเรียน พบว่านักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติมโดยรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56 อยู่ในระดับ มากที่สุด
สรุปได้ว่า ชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม เรื่อง ความปลอดภัยกันไว้ดีกว่าแก้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ได้
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^