เผยแพร่ผลงานวิชาการ วิมลพันธ์ สามเกษร
LASTEST NEWS

21 ส.ค. 2561ดีเดย์1ต.ค.! ‘ครู’เลิกงานธุรการ เตรียม3พันล.จ้างภารโรงแทน สำรวจ-ซ่อม‘บ้านพัก’แก้ย้ายถิ่น 21 ส.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลโสธิญา รับสมัครครูผู้สอน 6 อัตรา วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา (ไม่ต้องใช้วุฒิครู) 21 ส.ค. 2561อ้าปากค้าง ! เมื่อครูตัดสินใจรีโนเวทบ้านพักครูเก่า(สุดโหด) ให้เป็นห้องใหม่เเถมเจ๋งกว่าเดิม 21 ส.ค. 2561( รวมลิงค์ ) ประกาศผลสอบครูผู้ช่วย 2561 ภาค ก. ภาค ข. ทุกจังหวัด ทั่วประเทศ 21 ส.ค. 2561สพฐ.สร้างระบบข้อมูลกลางลดภาระครู 21 ส.ค. 2561ศธ.เร่งแก้ไขระเบียบเข้าพักบ้านพักครู 21 ส.ค. 2561ให้ “ครู” สอนอย่างเดียว ! ศธ.เสนองบ 3 พันล้าน จ้าง จนท.ทำงานธุรการ-ภารโรง 20 ส.ค. 2561ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน พ.ศ. 2561 20 ส.ค. 2561ก.ค.ศ.จัดประชุมปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ คัดครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ - เพื่อให้การดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ 20 ส.ค. 2561"หมอธี"ประกาศเลิกใช้ครูทำธุรการ ทุ่ม3พันล้านจ้างจนท.

เผยแพร่ผลงานวิชาการ วิมลพันธ์ สามเกษร

usericon

ชื่อเรื่อง     รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้รายงาน     วิมลพันธ์ สามเกษร
ปีที่รายงาน 2559

บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น
    กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนพระบางวิทยา อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์ เขต 42 จำนวน 31 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling)
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่สอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน 2) แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 4 เล่ม 3) แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น ซึ่งเป็นแบบทดสอบ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ .35 – .77 มีอำนาจจำแนกตั้งแต่ .24 – .83 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .84 และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 14 ข้อ และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.80
    ผลการศึกษาพบว่า
        1.     แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ76.02/75.24
        2.     นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05
        3.     นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ความน่าจะเป็น มีความพึงพอใจในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด


ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^