LASTEST NEWS

02 มี.ค. 2560แปะไว้เลย! อยากสอบผ่านครูคืนถิ่น ปี2560 ให้เตรียมตัวอ่าน 3 หัวข้อนี้ 01 มี.ค. 2560รับสมัครนศ.ปี5เข้าโครงการแม่พิมพ์คืนถิ่น 01 มี.ค. 2560รื้อบทบาทผอ.สพท.เป็นแค่นักบริหาร 01 มี.ค. 2560โรงเรียนตามฝันแม่ใจ รับสมัครครูผู้สอน 2 อัตรา(ไม่มีวุฒิครูก็สมัครได้) 01 มี.ค. 2560คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 319/2560 ย้ายข้าราชการ 01 มี.ค. 2560ด่วน! เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย 3เม.ย.-15พ.ค.60 01 มี.ค. 2560ผลการประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ 01 มี.ค. 2560ไฟเขียวรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้าง “ราชการ-รัฐวิสาหกิจ” 01 มี.ค. 2560มติ ครม. ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 01 มี.ค. 2560แจกคูปองพัฒนาครู1หมื่นบ./คน/ปี

สพฐ.ร่อนหนังสือ วอนเขตพื้นที่ชะลอตั้ง ผอ.รร.

usericon

สพฐ.ร่อนหนังสือ วอนเขตพื้นที่ชะลอตั้ง ผอ.รร.
สพฐ.ร่อนหนังสือ วอนเขตพื้นที่ชะลอตั้ง ผอ.รร.

สพฐ.ส่งหนังสือถึงผอ.เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ขอความร่วมมือชะลอแต่งตั้งผอ.โรงเรียนในตำแหน่งที่ว่าง สนองนโยบาย"ณรงค์"ในการใช้อัตราว่างสำหรับการรับย้ายและบรรจุแต่งตั้ง ในสังส่วน 50:50

วันนี้ (21 ต.ค.) นายรังสรรค์ มณีเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกลุ่มสมาคมรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เนื่องจากขณะนี้บัญชีผู้ผ่านการสรรหาในตำแหน่งดังกล่าวไม่มีบัญชีสอบอยู่ ดังนั้น จึงทำให้การสรรหาต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดไว้ คือ ให้อำนาจ อ.ก.ค.ศ.เขตพิจารณาได้ตามความเหมาะสม ซึ่งประเด็นนี้ทำให้กลุ่มรองผอ.สถานศึกษา มีความกังวลใจว่า หากมีการรับย้ายได้ทั้งหมดจะทำให้กลุ่มรองผอ.สถานศึกษาเสียสิทธิ์ในการบรรจุแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาในพื้นที่ และอาจต้องไปบรรจุแต่งตั้งในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ซึ่งอาจไม่ใช่พื้นที่ของตนเองจึงขอร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการกำหนดxxxส่วนผู้สอบขึ้นบัญชี 50% และ xxxส่วนการรับย้าย 50%ให้ชัดเจนก่อนแม้จะยังไม่มีรายชื่อผู้สอบขึ้นบัญชี

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่าเมื่อเร็วๆนี้ สพฐ. ได้ทำหนังสือไปถึงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เรื่องการย้ายและแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อขอความร่วมมือมือ ตามที่ ก.ค.ศ.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายบริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ. โดยให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการนั้น เนื่องจาก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายในการใช้อัตราว่างสำหรับใช้ในการรับย้ายและบรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้ผ่านการสรรหาในอัตรา 50 : 50 ของตำแหน่งว่าง ดังนั้นจึงขอให้เขตพื้นที่การศึกษาร่วมมือดำเนินการตามนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ด้วย

“สพฐ.ต้องขอความร่วมมือไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เนื่องจาก สพฐ.ไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับให้เขตพื้นที่ฯดำเนินการอะไรได้ แต่หากต้องการจะแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าวที่ให้อำนาจ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯพิจารณาได้ตามความเหมาะสมนั้น จะต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เป็นผู้พิจารณาซึ่งกลุ่มที่มาร้องเรียนก็กลัวว่าจะได้รับผลกระทบและเสียสิทธิ์ในการสอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งนี้ ในปัจจุบันรองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สพฐ.มี กว่า 10,000 คน” นายรังสรรค์ กล่าว.

ที่มามาของข่าว : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 21 ตุลาคม 2557
22 ต.ค. 2557 เวลา 09:59 น. 0 397
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^