LASTEST NEWS

19 ม.ค. 2560สำหรับ ป.ตรี วท.บ. และ วศ.บ. ที่อยากเป็นครู จบแล้วบรรจุในคุณวุฒิป.โท 19 ม.ค. 2560สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 19 ม.ค. 2560รายชื่อผู้ผ่านการเทียบโอนความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 116 19 ม.ค. 2560นายกฯ สั่งลุย!! ‘บิ๊กตู่’ สั่งผู้บริหาร ศธ.ลุยปฏิรูปการศึกษาทันที ไม่ต้องรอทำแผนเสร็จ 19 ม.ค. 2560ศธ.เล็งผุดมาตรฐานวิชาชีพครูไทย อ้างอิงแม่พิมพ์อาเซียน ‘หมอธี’ เล็งปรับหลักสูตรศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ 19 ม.ค. 2560เล็งเลื่อนปิดเทอม-โอเน็ต!! ‘หมอธี’ ตรวจน้ำท่วมใต้ เผย ร.ร.สุราษฎร์เสียหายกว่า 100 ล. 19 ม.ค. 2560สอบครูผู้ช่วย ภาค ก. ปี 2560 ต้องอ่านอะไรบ้าง 19 ม.ค. 2560เดินหน้าเกลี่ยอัตราใน ศธ. แต่งตั้ง ศธภ.-รอง ศธภ 19 ม.ค. 2560"บิ๊กตู่"จี้รุกปฏิรูปศึกษาก่อนแผนเสร็จ สกศ.ปรับเพิ่มเป็น 20 ปี-ลดเหลือ 7 ยุทธศาสตร์ 19 ม.ค. 2560จ่ายเงิน สพฐ. 1.5 หมื่นล้าน ผ่านอี-เพย์เมนต์ลอตแรก

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องกรดเบสด้วยชุดการเรียนรู้แบบสื

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องกรดเบสด้วยชุดการเรียนรู้แบบสื
หัวข้อการวิจัย        การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง กรด-เบส ด้วยชุดการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์
ผู้วิจัย             รุ่งทิพย์ ศศิธร
โรงเรียน        โรงเรียนกระแชงวิทยา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ปีที่พิมพ์        2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี เรื่องกรด-เบส ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยชุดการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 6 ชุดการเรียนรู้ ใช้เวลา 27 คาบ โดยเป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวสอบก่อนเรียนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มวิทยาศาสตร์ จำนวน 56 คน ได้จากการเลือกแบบเจาะจงจากประชากรนักเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนกระแชงวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ ผลการทดสอบด้วยสถิติค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างไม่อิสระต่อกัน พบว่า นักเรียนกลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่า p น้อยกว่า 0.001 ทั้งสามกลุ่ม และจากการทดสอบด้วยค่าสถิติ ANNOVA พบว่า นักเรียนกลุ่มเก่งและกลุ่มปานกลางมีคะแนนความก้าวหน้าทางผลสัมฤทธิ์สูงกว่ากลุ่มอ่อนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีค่า p เป็น 0.045 และ 0.044 ตามลำดับ สำหรับนักเรียนกลุ่มเก่งมีคะแนนความก้าวหน้าทางผลสัมฤทธิ์ไม่แตกต่างจากกลุ่มปานกลาง (p 0.826) และจากการวิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจ พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้แบบสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน อยู่ในระดับมาก
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^