รายงานการประเมินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญา
LASTEST NEWS

16 ส.ค. 2561อย่าพลาดโอกาส !! ก่อนลงสนามสอบต้องดู นักจิตวิทยาและแนวคิดที่ออกสอบ มีแต้มทุกคน 16 ส.ค. 2561ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว4832 แจ้งจัดสรรอัตราข้าราชการครูฯ ที่จะเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2561 16 ส.ค. 2561​น็อคเอ้า เข้าป้าย. น็อคข้อสอบก่อนลงสนาม. จำนวน 60 ข้อ พร้อม เฉลย....ก่อนลงสนาม 16 ส.ค. 2561ภาระครูไทยที่น่าสงสาร ทำอะไรที่นอกเหนือจากการสอนเยอะมาก 16 ส.ค. 2561เด็กไทย 13 ล้าน อยู่ในเขาวงกต "สังคมก้มหน้า"ติดมือถือหนัก พลัดพรากครอบครัวซึ่งๆหน้า 15 ส.ค. 2561กศน.พิจิตร เปิดรับพนักงานราชการครู กศน.ตำบล เงินเดือน 18,000.-บาท 15 ส.ค. 2561บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ รับสมัครพนักงาน 328 อัตรา วุฒิปวส.ทุกสาขา-ป.ตรีทุกสาขา 15 ส.ค. 2561ไฟเขียวแก้กฎศธ.ห้าม"นร.-นศ." แสดงชู้สาวทุกที่-ทุกเวลา 15 ส.ค. 2561กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เปิดรับสมัครพนักงานราชการ 2 อัตรา (สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561) 15 ส.ค. 2561กำหนดการจัดงานศิลปหัตถกรรมระดับภาค ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561

รายงานการประเมินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญา

usericon

ชื่อเรื่อง    รายงานการประเมินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
ผู้ประเมิน    นายสัมนาการณ์ บุญเรือง
หน่วยงาน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
ปีที่รายงาน    2560

บทคัดย่อ

รายงานการประเมินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยใช้รูปแบบการประเมินโครงการ CIPP MODEL ของสตัฟเฟลบีม ซึ่งประเมินใน 4 ด้าน คือ ด้านบริบท (Context) ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ด้านกระบวนการ (Process) และด้านผลผลิต (Product) อีกทั้งศึกษาความพึงพอใจ ในการดำเนินงานตามโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการครั้งนี้ จำนวน 427 คน ประกอบด้วยผู้บริหาร ครูและบุคลากร กศน. จำนวน 38 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน (ไม่นับรวมผู้บริหารและผู้แทนครู) ได้มาโดยวิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) และนักศึกษา ประชาชน จำนวน 382 คน ได้มาโดยกำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซีและมอร์แกน (Krejecie & Morgan : 1970 : 608) เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการเป็นแบบประเมินมาตรประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ตามแบบของลิเคิร์ท (Likert Scale) ที่ผู้ประเมินสร้างขึ้นสำหรับประเมินโครงการ จำนวน 4 ฉบับ และแบบสอบถามระดับความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครูและบุคลากร กศน. นักศึกษา ประชาชน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 1 ฉบับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (x ) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD )
    ผลการประเมินโครงการสรุปได้ดังนี้
1. ผลการประเมินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านมีระดับผลการประเมินอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งสามารถเรียงลำดับระดับการดำเนินการจากมากไปหาน้อย คือ ด้านบริบท ( x= 4.71) ด้านผลผลิต (x = 4.66) ด้านกระบวนการ (x = 4.63) และด้านปัจจัยนำเข้า (x = 4.53) ตามลำดับ ซึ่งสามารถสรุปผลได้ดังนี้    
         1.1 ด้านบริบท (Context) พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.71) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ทุกข้อมีระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.56–4.91) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ โครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล (x = 4.91) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ การประเมินผลโครงการและตัวชี้วัดความสำเร็จมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (x = 4.56) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
        1.2 ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) พบว่า โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( x= 4.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ส่วนใหญ่มีระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.51–4.67) ส่วนข้อที่ 5 งบประมาณที่ได้รับมีความเพียงพอต่อการจัดกิจกรรมตามโครงการ ข้อที่ 6 มีวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการดำเนิน โครงการอย่างเพียงพอ ข้อที่ 7 ความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรม และข้อที่ 8 ความพร้อมของสถานที่ในการดำเนินกิจกรรม มีระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (x = 4.30–4.49) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ กิจกรรมส่งเสริมให้นักศึกษา ประชาชน สามารถนำกิจกรรมตามโครงการไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน (x = 4.67) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ งบประมาณที่ได้รับมีความเพียงพอต่อการจัดกิจกรรมตามโครงการ (x = 4.33) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
         1.3 ด้านกระบวนการ (Process) พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x = 4.63) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ทุกข้อ มีระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.51–4.84) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ การประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ด้วยวิธีการที่หลากหลายครบทุกกิจกรรม (x = 4.84) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ศูนย์การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย มีการเผยแพร่และขยายผลการปฏิบัติกิจกรรมสู่ชุมชนอย่างสม่ำเสมอ (x = 4.51) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน

         1.4 ด้านผลผลิต (Product) พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( x= 4.66) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ทุกข้อมีระดับความสำเร็จอยู่ในระดับมากที่สุด ( x= 4.57–4.77) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ โครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ฯ บรรลุวัตถุประสงค์ทุกข้อ (x = 4.69) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ ผลการดำเนินกิจกรรมทำให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำบัญชีครัวเรือนดีขึ้น (x = 4.57) โดยทุกรายการผ่านเกณฑ์การประเมิน
    2. ความพึงพอใจที่มีต่อการดำเนินงานโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่า
        2.1 ผู้บริหาร ครูและบุคลากร กศน. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักศึกษา ประชาชน มีความพึงพอใจต่อโครงการการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สู่การปฏิบัติที่ยั่งยืนของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.69) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ทุกข้อมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (x = 4.62–4.78) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ความพึงพอใจต่อกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ กิจกรรมการเพาะเห็ด (x = 4.78) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือ มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ กิจกรรมการเลี้ยง ไก่ชน (x = 4.62)
        2.2 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ มีดังนี้ คือ เป็นโครงการที่ดีมาก ควรจัดให้มี การดำเนินงานในลักษณะเช่นนี้อีก เป็นกิจกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ เป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้ความรู้และเทคนิควิธีการใหม่ ๆ ในการเพิ่มผลผลิตด้านการเกษตร

Sammanakan27 04 ก.ย. 2560 เวลา 00:21 น. 0 251
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^