LASTEST NEWS

19 ส.ค. 2560วิจัยชี้ชัด ร.ร.อยู่รอดต้องปฏิบัติตามนโยบายล่างสู่บน 19 ส.ค. 2560จ่อคลอดคู่มือเลี้ยงเด็กปฐมวัย 19 ส.ค. 2560ครู2.2หมื่นไม่เสียสิทธิคูปองช้อปปิ้งคอร์ส 19 ส.ค. 2560‘คุรุสภา’ เล็งลดมาตรฐานผลิตครูเหลือ 4 ด้าน ถกเรียนครู 4 ปี 5 ปี 25 ส.ค.นี้ 19 ส.ค. 2560ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04009/ว 5117 การเลื่อนเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 18 ส.ค. 2560จังหวัดนครราชสีมา เปิดสอบพนักงานราชการ 32 อัตรา 18 ส.ค. 2560กศจ.พระนครศรีอยุธยา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 39 อัตรา - รายงานตัว 28 ส.ค.2560 18 ส.ค. 2560ร่างกำหนดพัฒนาการเด็กปฐมวัยละเอียดยิบ 17 ส.ค. 2560สพป.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน 17 ส.ค. 2560สพฐ.แชมป์ถูกร้องเรียน 2 ปีซ้อนรวมกว่าพันเรื่อง

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ส

usericon

รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ส
ชื่อเรื่อง    รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา
    และพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่6     โรงเรียนบ้านขุนแตะ อำภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
ผู้รายงาน    สุรินทร์ ปินนะสุ
ปีการศึกษา    2556

บทคัดย่อ

    การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะฟุตซอล ขั้นพื้นฐาน 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนโดยการใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านขุนแตะ จำนวน 12 คน
    เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐานจำนวน 10 แบบฝึก 2) แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้ทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน จำนวน 12 แผน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน 4) แบบประเมินทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าประสิทธิภาพ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
    ผลการศึกษาพบว่า
    1.    ผลการหาค่าประสิทธิภาพของแบบฝึกแบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 78.59/78.75 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ที่ตั้งไว้
    2.    ผลการเปรียบเทียบสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 6.00 คิดเป็นร้อยละ 30.00 และหลังเรียนเท่ากับ 15.75 คิดเป็นร้อยละ 78.75 มีคะแนนความก้าวหน้า เท่ากับ 9.75 คิดเป็นร้อยละ 48.75 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
        3.    ผลการเปรียบเทียบผลการประเมินทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐานของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้นประถมศึกาปีที่ 6 พบว่า ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 56.33 คิดเป็นร้อยละ 48.15 และหลังเรียนเท่ากับ 91.08 คิดเป็นร้อยละ 77.85 แสดงว่าผลการประเมินทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐานของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษาชั้นประถมศึกาปีที่ 6 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
        4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะฟุตซอลขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (m = 4.04 ) รายการที่นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุดคือ กิจกรรมมีความน่าสนใจ และแปลกใหม่ (m = 4.50 ) รองลงมาคือ ความเหมาะสมกับเวลาที่ใช้ในการเรียนการสอน (m = 4.33 ) และการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (m = 4.17 ) ตามลำดับ
krubafutsal 12 ต.ค. 2557 เวลา 00:30 น. 0 220
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^