LASTEST NEWS

13 พ.ย. 2562เช็กด่วน! สำนักงาน ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก. ประจำปี 2562 เพิ่มเติม 13 พ.ย. 2562ครูอัตราจ้างงบวิทย์-คณิต ขอความเห็นใจ 2 เดือนแล้ว เงินเดือนยังไม่ออก สัญญาจ้างก็ยังไม่ได้ต่อ 13 พ.ย. 2562บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงาน 24 อัตรา ไม่ต้องผ่านภาค ก. สมัคร 11-26 พ.ย.62 13 พ.ย. 2562ศธจ.พิษณุโลก เผยตำแหน่งว่างบรรจุครูผู้ช่วย รอบใหม่ 23 อัตรา 13 พ.ย. 2562กศจ.ร้อยเอ็ด เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบใหม่ 86 อัตรา 13 พ.ย. 2562วิธีการสมัครสอบครูผู้ช่วย กทม. อย่างละเอียด สมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 14-20 พ.ย.2562 นี้ 13 พ.ย. 256212 ข้อสงสัย การสมัครสอบครูผู้ช่วย กทม. ใครจะสมัคร แนะนำให้อ่านก่อนนะครับ 12 พ.ย. 2562เป็นครู ที่ท้อใจกับในสังคมความเป็นอยู่ของครูมากๆ 12 พ.ย. 2562ดึงครูเกษียณแล้วแต่ยังเป็นหนี้เข้าศูนย์เศรษฐกิจฐานราก 12 พ.ย. 2562ชี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูปัญหาใหญ่ก่อหนี้ครู

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ

usericon

รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศ
บทคัดย่อ

เรื่อง     รายงานการพัฒนาและผลการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน     ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้ศึกษา จันทร์เพ็ญ คุ้มพร้อม
ปีการศึกษา    2556

    การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน และ 4) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน 38 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เนื่องจากโรงเรียนมีนโยบายจัดห้องเรียนแบบคละความสามารถของนักเรียน โดยในแต่ละห้องเรียนจะประกอบด้วย นักเรียนเก่ง ปานกลางและอ่อน อยู่ในห้องเดียวกัน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน จำนวน 8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.40-0.67 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.27-0.47 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ลักษณะเป็นมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 3.08-4.75 มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบที
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.67/82.67 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
    3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อการใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน มีค่าเฉลี่ย 4.30 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.75 และโดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
    4. ความคงทนในการเรียนรู้จากการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน และคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์ไม่ต่างกัน แสดงว่านักเรียนมีความคงทนในการเรียนรู้
vongdow 09 ต.ค. 2557 เวลา 13:32 น. 0 385
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^