LASTEST NEWS

09 ธ.ค. 2561โรงเรียนอุดมดรุณี รับสมัครครูอัตราจ้าง 2 อัตรา (สมัคร4-12ธ.ค.61) 09 ธ.ค. 2561โรงเรียนวัดประชานิมิตร รับสมัครครูอัตราจ้าง 10 อัตรา (สมัคร4-11ธ.ค.2561) 09 ธ.ค. 2561(วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา) โรงเรียนวัดราชบพิธ รับสมัครเจ้าหน้าที่พัสดุและสินทรัพย์ (สมัคร6-13ธ.ค.61) 09 ธ.ค. 2561โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  รับสมัครครูอัตราจ้าง 1 อัตรา (สมัคร6-13ธ.ค.61) 09 ธ.ค. 2561"หมอธี "หวังพนักงานธุการศธ.ช่วยเป็นหูเป็นตา ปราบโกง - วางแนวทางความก้าวหน้าของผู้ปฏิบัติงานธุรการ 09 ธ.ค. 2561โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 เปิดรับสมัครพนักงานราชการ ตำแหน่งครูผู้สอน ตังแต่วันที่ 4-18 ธ.ค.2561 08 ธ.ค. 2561ด่วน! กรมยุทธศึกษาทหารบก เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ 2,680 อัตรา 08 ธ.ค. 2561"หมอธี"ปลื้มได้ครูธุรการเกือบ 3 หมื่นคน ฝากความหวังช่วยปราบโกง 08 ธ.ค. 2561การศึกษาไทยปัญหามากมายรอให้แก้ 07 ธ.ค. 2561กศจ.นครราชสีมา เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ 3 จำนวน 13 อัตรา - รายงานตัว 17 ธันวาคม 2561

การพัฒนาชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากว

usericon

ชื่อเรื่อง    :    การพัฒนาชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนหนองทุ่มศรีสำราญวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อผู้วิจัย    :    นางกรวิภา สิงห์เหิน
หน่วยงาน    :    โรงเรียนหนองทุ่มศรีสำราญวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ
ปีที่วิจัย     : 2560

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น ศึกษาทักษะการปฏิบัติงานของนักเรียนระหว่างการเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น และศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนหนองทุ่มศรีสำราญวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งทำการศึกษากับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนหนองทุ่มศรีสำราญวิทยา จังหวัดศรีสะเกษ ปีการศึกษา 2560 จำนวน 30 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ระยะเวลาทำการวิจัยตั้งแต่วันที่ 1 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2560 ถึง วันที่ 6 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 รวมเวลา 12 ชั่วโมง จำนวน 6 สัปดาห์ ใช้เวลาในการศึกษา 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน 2) ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น จำนวน 6 ชุด 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ จำนวน 40 ข้อ เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 4) แบบทดสอบย่อยแต่ละชุดฝึกทักษะปฏิบัติ ชุดละ 10 ข้อ เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 5) แบบประเมินทักษะการปฏิบัติงาน 5 ด้าน ได้แก่ การวางแผนการปฏิบัติงาน ความมีวินัยและมุ่งมั่นในการทำงาน การทำงานเสร็จตรงเวลา ความสมบูรณ์ของงาน ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และ 6) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ โดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการทดสอบค่าที (t-test dependent)
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ 83.06/82.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
    3. ผลการศึกษาทักษะการปฏิบัติงานวิชาการงานอาชีพ โดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น นักเรียนมีทักษะการปฏิบัติงานอยู่ในระดับดีมาก โดยมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 21.71 คิดเป็นร้อยละ 90.47 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.87
    4. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ เรื่อง การประดิษฐ์ของใช้ของตกแต่งจากวัสดุท้องถิ่น วิชาการงานอาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.52
    ผลการวิจัยครั้งนี้ สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอนวิชาการงานอาชีพ ในการพัฒนาการเรียนรู้ โดยใช้ชุดฝึกทักษะปฏิบัติ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำผลการวิจัยมาประยุกต์ใช้ในการจัดการกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป


ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^