LASTEST NEWS

13 ธ.ค. 2560สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 6 อัตรา สมัคร18-24 ธันวาคม 2560 13 ธ.ค. 2560( ไม่ต้องมีวุฒิครู ) วุฒิม.3/ม.6 ขึ้นไปทุกสาขา เปิดสอบพนง.ครูพี่เลี้ยง เงินเดือน 10,430บาท 13 ธ.ค. 2560เคลียร์อำนาจ ม.53 สพท.-ศธจ.ลงตัว 13 ธ.ค. 2560ด่วนที่สุด! การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดสพฐ. ปีพ.ศ.2561 13 ธ.ค. 2560“ข้าราชการ” มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว.. ผิดวินัยหรือไม่ ? 13 ธ.ค. 25603 มหา’ลัยทำเฉยไม่แก้หลักสูตรไร้คุณภาพ 13 ธ.ค. 2560สพม.16 เปิดสอบพนักงานราชการและครูอัตราจ้าง จำนวน 5 อัตรา (สมัคร19-25ธ.ค.60) 13 ธ.ค. 2560วุฒิม.6 ขึ้นไป สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบพี่เลี้ยงเด็กพิการ สมัคร19-25ธ.ค.60 13 ธ.ค. 2560สพป.มหาสารคาม เขต 3 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 7 อัตรา สมัคร19-25ธ.ค.60 12 ธ.ค. 2560แชร์ด่วน! กทม.เปิดสอบครูผู้ช่วย 229 อัตรา

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และความสามารถ ใน

usericon

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และความสามารถ    ใน
เรื่อง         : การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และความสามารถ
ในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (BACKWARD DESIGN) และการ
จัดการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA MODEL)
ผู้วิจัย        : นางอัญชิษฐา บุญสนอง

บทคัดย่อ
    การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
และความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับ
การจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design) และการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา (Cippa Model)
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนเทศบาลวัดจอมคีรีนาคพรต จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 80 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 2 ห้องเรียน แล้วสุ่มอย่างง่ายอีกครั้งหนึ่ง โดยวิธีจับฉลากเป็นกลุ่มทดลองที่ 1 ดำเนินการจัดการเรียนรู้ แบบย้อนกลับ และกลุ่มทดลองที่ 2 ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบซิปปา ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลองกลุ่มละ 12 คาบ ๆ ละ 50 นาที
โดยใช้แผนแบบการวิจัย Nonrandomized control group pretest-posttest design เครื่องมือ
ที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ แบบปรนัยมีค่าความเชื่อมั่น .84 และแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ แบบปรนัยมีความเชื่อมั่น .87 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการทางสถิติแบบ t-test Dependent Samples และ t-test for Independent Sample ในรูป Difference Score
    สรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้
1. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ กับนักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
2. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
4. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ กับนักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา
มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
5. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบย้อนกลับ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา
ทางวิทยาศาสตร์ก่อนเรียน และหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
6. นักเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แบบซิปปา มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหา
ทางวิทยาศาสตร์ ก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01
lek6620 05 ต.ค. 2557 เวลา 10:23 น. 0 1,162
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^