LASTEST NEWS

18 ส.ค. 2562ครูภาคกลางและภาคตะวันออก ยื่นหนังสือ วอนเสมา1 ทบทวนคืนตำแหน่งให้โรงเรียนที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน 18 ส.ค. 2562เครือข่ายฯ ค้านใช้ใบรับรองความเป็นครู “สมหวัง-ดิเรก” ร่วมติง 18 ส.ค. 2562สพป.พระนครศรีอยุธายา เขต 2 เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง 6 อัตรา 18 ส.ค. 2562สภาครูฯยื่น 5 ข้อให้เสมา1 เร่งปฏิรูการศึกษา และควรเร่งเคลียร์ทุกปัญหาที่คาใจครู 18 ส.ค. 2562กสถ. แจงข้อสงสัยกรณีข้อวิจารณ์ข้อสอบท้องถิ่นรั่ว มีการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ 17 ส.ค. 2562ลพบุรี เปิดระบบเว็บออนไลน์ ดูคะแนนสอบครูผู้ช่วย แค่กรอกรหัสประชาชน ไม่ต้องบันทึกให้ยุ่งยาก 17 ส.ค. 2562สพฐ.ได้ตัวเลข"อาหารกลางวัน" อัตราใหม่แล้ว คิดตามขนาดรร."เล็ก- กลาง - ใหญ่ "เตรียมชงรมว.ศธ.พิจารณาต่อไป 17 ส.ค. 2562สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เปิดสอบบรรจุเข้ารับราชการ สมัคร 8-29 สิงหาคม 2562 17 ส.ค. 2562รอบ 14 มาแล้ว สถ.เตรียมเรียกบรรจุเป็น ขรก.ส่วนท้องถิ่น 17 ส.ค. 2562โรงเรียนชุมชนวัดบางไผ่ เปิดสอบครูอัตราจ้าง 2 อัตรา สมัคร 21-27 สิงหาคม 2562

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ

usericon

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ
บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชื่อผู้วิจัย    นางสาวพรพิมล นาจันทร์หอม สังกัด    โรงเรียนเทศบาล 2 (สหกรณ์สมทบ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองบัวใหญ่     จังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ****************************************************************************** รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 2 (สหกรณ์สมทบ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 28 คน ของภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 12 แผน 2) แบบทดสอบเรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนโดย ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 18 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)     ผลการศึกษาพบว่า     1. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้     2. ผลการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.33/83.21 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอันดับ 1 คือ ข้อ 1 เป็นการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีที่น่าสนใจ อันดับ 2 คือ ข้อ 8 มีคำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบอยู่เสมอ และอันดับ 3 คือ ข้อ 9 ผู้เรียนได้แสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง ทำให้มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน
kroomaew12 23 เม.ย. 2556 เวลา 21:13 น. 0 1,720
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^