LASTEST NEWS

23 เม.ย. 2561โรงเรียนสมเด็จพิทยาคม รับสมัครครูอัตราจ้าง และลูกจ้างชั่วคราว 33 อัตรา (สมัคร25-26เม.ย.61) 23 เม.ย. 2561โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว 40 อัตรา (สมัครบัดนี้-25เม.ย.2561) 22 เม.ย. 2561โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ รับสมัครครูอัตราจ้าง สมัคร20-25เม.ย.61 22 เม.ย. 2561โรงเรียนอนุบาลศรีประชานุกูล รับสมัครครูและพี่เลี้ยงเด็กอนุบาล 12 อัตรา สมัคร23 – 25 เมษายน 2561 22 เม.ย. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนบัณฑิตบริหารธุรกิจโพนสวรรค์ รับสมัครหัวหน้างานวิชาการ 3 อัตรา 22 เม.ย. 2561วิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจสมุทรปราการ รับสมัครครู 6 อัตรา สมัครบัดนี้-4พ.ค.61 22 เม.ย. 2561สพป.พัทลุง 2 เรียก ‘7 ครูผู้ช่วย’ รายงานตัว 22 เม.ย. 2561มีใครเรียนจบครูมาแล้วไม่อยากเป็นครูบ้างไหมคะ แล้วทำประกอบอาชีพอะไร 22 เม.ย. 2561สพป.ตาก เขต 1 รับรายงานตัวครูบรรจุใหม่ 9 ราย 22 เม.ย. 2561กรมท่าอากาศยานเปิดสอบ ลูกจ้างชั่วคราว695อัตรา สมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต เริ่ม 23 เม.ย. - 7 พ.ค.นี้

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ

usericon

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ
บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชื่อผู้วิจัย    นางสาวพรพิมล นาจันทร์หอม สังกัด    โรงเรียนเทศบาล 2 (สหกรณ์สมทบ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองบัวใหญ่     จังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ****************************************************************************** รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 2 (สหกรณ์สมทบ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 28 คน ของภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 12 แผน 2) แบบทดสอบเรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนโดย ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 18 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)     ผลการศึกษาพบว่า     1. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้     2. ผลการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.33/83.21 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอันดับ 1 คือ ข้อ 1 เป็นการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีที่น่าสนใจ อันดับ 2 คือ ข้อ 8 มีคำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบอยู่เสมอ และอันดับ 3 คือ ข้อ 9 ผู้เรียนได้แสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง ทำให้มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน
kroomaew12 23 เม.ย. 2556 เวลา 21:13 น. 0 1,303
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^