LASTEST NEWS

18 ธ.ค. 2561ข่าวดี! กศจ.สุรินทร์ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย เพิ่มเติม (แทนผู้สละสิทธิ์รอบที่ 2) 18 ธ.ค. 2561โรงเรียนวัดโยธีราษฎร์ศรัทธาราม รับสมัครสอบคัดเลือกเป็นครูอัตราจ้าง วิชาเอกทั่วไป 18 ธ.ค. 2561เช็คด่วน! สพฐ.เผยข้อมูลล่าสุด บัญชีผู้สอบแข่งขันครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 17 ธ.ค. 2561กศจ.กระบี่ เรียกบรรจุครูผู้ช่วย รอบ3/2561 จำนวน 36 อัตรา - รายงานตัว 26 ธ.ค.2561 17 ธ.ค. 2561ป.โท วิชาชีพครู สำหรับคนที่จบ ป.ตรี สาขาอื่น ต้องการเป็นครู 17 ธ.ค. 2561ถามทำไม? หนังสือเรียนสพฐ.ลิขสิทธิ์จึงตกเป็นของนักเขียนที่รับจ้าง 17 ธ.ค. 2561"หมอธี" ฉุนล่าคนวางยาทำระบบยูนิเน็ตล่มทั้งประเทศ  17 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการ วุฒิไม่ต่ำกว่า ปวช.ทุกสาขา (สมัคร17-25ธ.ค.2561) 17 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครครูอัตราจ้างชาวต่างชาติ วิชาเอกภาษาอังกฤษ (สมัคร17-25ธ.ค.2561) 17 ธ.ค. 2561โรงเรียนอนุบาลเพชรบูรณ์ รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาคอมพิวเตอร์ จำนวน 3 อัตรา (สมัคร17-25ธ.ค.2561)

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ

usericon

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ
บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชื่อผู้วิจัย    นางสาวพรพิมล นาจันทร์หอม สังกัด    โรงเรียนเทศบาล 2 (สหกรณ์สมทบ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองบัวใหญ่     จังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ****************************************************************************** รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 2 (สหกรณ์สมทบ) กองการศึกษาเทศบาลเมืองบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการเรียน โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 28 คน ของภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 12 แผน 2) แบบทดสอบเรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนโดย ใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 18 ชั่วโมง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)     ผลการศึกษาพบว่า     1. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้     2. ผลการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.33/83.21 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง โปรแกรมประมวลผลคำ (ไมโครซอฟต์เวิร์ด) กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอันดับ 1 คือ ข้อ 1 เป็นการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีที่น่าสนใจ อันดับ 2 คือ ข้อ 8 มีคำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบอยู่เสมอ และอันดับ 3 คือ ข้อ 9 ผู้เรียนได้แสวงหา ความรู้ด้วยตนเอง ทำให้มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน
kroomaew12 23 เม.ย. 2556 เวลา 21:13 น. 0 1,477
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^