LASTEST NEWS

20 ก.ย. 2561เป็นเด็กไทยมันเหนื่อย! เรียนแน่นเกือบ 24 ชม. ไม่เว้นแม้ชั้นอนุบาล 20 ก.ย. 2561"ครูก้า" ล่า 1.5 หมื่นชื่อ จี้ออก กม.ห้าม รร.จัดสอบเข้า ป.1 ทำเด็กเครียด ขวางทักษะสมอง 19 ก.ย. 2561ด่วน! ธนาคารแห่งประเทศไทย รับสมัครพนักงานหลายอัตรา วุฒิป.ตรีเริ่มต้น 28,500 บาท ++ 19 ก.ย. 2561(วุฒิป.ตรี เงินเดือน 18,000.- บาท) สอศ. เปิดสอบพนักงานราชการ 6 อัตรา 19 ก.ย. 2561"หมอธี"เห็นใจครูตรวจการบ้านผิด ชี้บวกลบผิดบ่อยก็ไม่สมควรเป็นครู 19 ก.ย. 2561สอบครูผู้ช่วย 61 คนสอบได้ไม่ถึงครึ่ง - สพฐ.เร่งบรรจุ ภายใน 1 ต.ค.นี้ 19 ก.ย. 2561มาแล้ว! ธนาคาร “เซเว่น” - เริ่มใช้บริการตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมนี้ 19 ก.ย. 2561ผลสอบครูผู้ช่วยล่าสุด สมัครเกือบ 2 แสน ผ่าน 5.8 หมื่น 19 ก.ย. 2561นักวิชาการ ชี้ ปัจจุบันครูเอกประถมศึกษาน้อยทำให้อาจขาดความรู้เฉพาะทาง 19 ก.ย. 2561โรงเรียนสันติวนา รับสมัครครูอัตราจ้าง ทุกสาขาวิชาเอก

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่องสารในชีวิตประจำวัน      กลุ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ผู้วิจัย นางสาวกัญจนา วงษ์จารย์
ปีที่วิจัย     พ.ศ. 2557

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) และ 3) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านคึมชาตหนองผงนาดี อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 จำนวน 8 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) จำนวน 12 แผน เวลา 26 ชั่วโมง และ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 1 ฉบับ
การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน (One Group Pretest - Posttest Design)
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาค่าเฉลี่ย การหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และการหาค่าร้อยละ

ผลการวิจัย พบว่า
1. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.47/83.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้
2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีค่าเท่ากับ 0.6875 แสดงว่า แผนการจัดการเรียนรู้ช่วยทำให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 68.75
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) นักเรียน
มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คิดเป็นร้อยละ 83.33 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียน
ที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 คิดเป็นร้อยละ 87.50 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

แสดงให้เห็นว่าการใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ส่งผลให้ผู้เรียน
ใช้กระบวนการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ฝึกฝนให้ใช้กระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่มก่อให้เกิดทักษะที่จำเป็น คือ ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต และการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างมีคุณภาพ ตามเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียน
เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ได้ลงมือปฏิบัติ เพื่อสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นขั้นตอน ฝึกคิดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล นักเรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
มีทักษะการคิด การแก้ปัญหา มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังช่วยให้นักเรียน
มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง สนใจในการเรียนมากขึ้น กล้าแสดงออกและให้
ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้



webwiwgo 23 ก.ย. 2557 เวลา 00:24 น. 0 244
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^