LASTEST NEWS

14 พ.ย. 2562เอกสาร / หลักฐาน อะไรบ้าง? ที่ต้องใช้สมัครสอบครูผู้ช่วย กทม. ปี2562 14 พ.ย. 2562กทม.เผยตำแหน่งว่าง เปิดสอบบรรจุรับราชการ 50 อัตรา เร็วๆ นี้ 14 พ.ย. 2562สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดสอบเข้ารับราชการ 57 อัตรา สมัครออนไลน์ 15พ.ย.-6ธ.ค.62 13 พ.ย. 2562เคล็ด(ไม่)ลับ 10 ข้อ การเตรียมตัวสอบบรรจุครูผู้ช่วย ให้ผ่านในรอบเดียว 13 พ.ย. 2562มาแล้ว! สพฐ.แจ้งโอนจัดสรรค่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กพิการสำหรับโรงเรียนทั่วไปจัดการเรียนรวม 13 พ.ย. 2562สพฐ.แจ้งโอนจัดสรรงบประมาณ ค่าจ้างครูอัตราจ้าง 13 พ.ย. 2562เช็กด่วน! สำนักงาน ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ภาค ก. ประจำปี 2562 เพิ่มเติม 13 พ.ย. 2562ครูอัตราจ้างงบวิทย์-คณิต ขอความเห็นใจ 2 เดือนแล้ว เงินเดือนยังไม่ออก สัญญาจ้างก็ยังไม่ได้ต่อ 13 พ.ย. 2562บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดสอบบรรจุเป็นพนักงาน 24 อัตรา ไม่ต้องผ่านภาค ก. สมัคร 11-26 พ.ย.62 13 พ.ย. 2562ศธจ.พิษณุโลก เผยตำแหน่งว่างบรรจุครูผู้ช่วย รอบใหม่ 23 อัตรา

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่องสารในชีวิตประจำวัน      กลุ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ผู้วิจัย นางสาวกัญจนา วงษ์จารย์
ปีที่วิจัย     พ.ศ. 2557

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) และ 3) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านคึมชาตหนองผงนาดี อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 จำนวน 8 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) จำนวน 12 แผน เวลา 26 ชั่วโมง และ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 1 ฉบับ
การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน (One Group Pretest - Posttest Design)
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาค่าเฉลี่ย การหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และการหาค่าร้อยละ

ผลการวิจัย พบว่า
1. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.47/83.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้
2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีค่าเท่ากับ 0.6875 แสดงว่า แผนการจัดการเรียนรู้ช่วยทำให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 68.75
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) นักเรียน
มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คิดเป็นร้อยละ 83.33 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียน
ที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 คิดเป็นร้อยละ 87.50 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

แสดงให้เห็นว่าการใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ส่งผลให้ผู้เรียน
ใช้กระบวนการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ฝึกฝนให้ใช้กระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่มก่อให้เกิดทักษะที่จำเป็น คือ ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต และการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างมีคุณภาพ ตามเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียน
เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ได้ลงมือปฏิบัติ เพื่อสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นขั้นตอน ฝึกคิดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล นักเรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
มีทักษะการคิด การแก้ปัญหา มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังช่วยให้นักเรียน
มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง สนใจในการเรียนมากขึ้น กล้าแสดงออกและให้
ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้



webwiwgo 23 ก.ย. 2557 เวลา 00:24 น. 0 378
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^