LASTEST NEWS

18 มิ.ย. 2561องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เปิดสอบพนักงานจ้าง และผู้ช่วยครู 25อัตรา (สมัคร20-29 มิถุนายน 2561) 18 มิ.ย. 2561โรงเรียนเจียรวนนทอุทิศ 2 รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกฟิสิกส์ สมัคร 20-24มิ.ย.61 18 มิ.ย. 2561สำนักงานสรรพากรพื้นที่เพชรบูรณ์ รับสมัครพนักงานสรรพากร จำนวน 2 อัตรา (สมัคร25-29มิ.ย.61) 18 มิ.ย. 2561สพฐ./สอศ./กศน.และท้องถิ่น เปิดสอบพนักงานราชการครู และครูอัตราจ้าง 147 อัตรา สมัครบัดนี้เป็นต้นไป 18 มิ.ย. 2561สมาพันธ์ครูชายแดนใต้ วอนดูแลธุรการ รร. กว่า600 ชีวิตระส่ำหลัง"สพฐ."เลิกจ้าง 17 มิ.ย. 2561วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย รับสมัครสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครู สมัคร18มิ.ย.-6ก.ค.2561 17 มิ.ย. 2561โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รับสมัครครูอัตราจ้าง สมัครบัดนี้-27มิ.ย.2561 17 มิ.ย. 2561ตารางสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย สพฐ. รอบทั่วไป ปี พ.ศ.2561 17 มิ.ย. 2561รวมลิงค์ประกาศรับสมัคร สอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 17 มิ.ย. 2561ศธจ.บุรีรัมย์ ประสงค์สอบครูผู้ช่วย 2561 จำนวน 146 อัตรา 17สาขาวิชา

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่องสารในชีวิตประจำวัน      กลุ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ผู้วิจัย นางสาวกัญจนา วงษ์จารย์
ปีที่วิจัย     พ.ศ. 2557

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) และ 3) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ให้นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนบ้านคึมชาตหนองผงนาดี อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3 จำนวน 8 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) จำนวน 12 แผน เวลา 26 ชั่วโมง และ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 1 ฉบับ
การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียว ทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน (One Group Pretest - Posttest Design)
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาค่าเฉลี่ย การหาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
และการหาค่าร้อยละ

ผลการวิจัย พบว่า
1. แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 86.47/83.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้
2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีค่าเท่ากับ 0.6875 แสดงว่า แผนการจัดการเรียนรู้ช่วยทำให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 68.75
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องสารในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) นักเรียน
มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คิดเป็นร้อยละ 83.33 ของคะแนนเต็ม และมีจำนวนนักเรียน
ที่ผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 คิดเป็นร้อยละ 87.50 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

แสดงให้เห็นว่าการใช้วัฏจักรการเรียนรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ส่งผลให้ผู้เรียน
ใช้กระบวนการสร้างความรู้ด้วยตนเอง ฝึกฝนให้ใช้กระบวนการคิด และกระบวนการกลุ่มก่อให้เกิดทักษะที่จำเป็น คือ ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต และการเรียนรู้ตลอดชีวิต อย่างมีคุณภาพ ตามเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นและผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียน
เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน ได้ลงมือปฏิบัติ เพื่อสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นขั้นตอน ฝึกคิดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล นักเรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
มีทักษะการคิด การแก้ปัญหา มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังช่วยให้นักเรียน
มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง สนใจในการเรียนมากขึ้น กล้าแสดงออกและให้
ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้



webwiwgo 23 ก.ย. 2557 เวลา 00:24 น. 0 230
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^