LASTEST NEWS

26 มี.ค. 2560คะแนนโอเน็ตเด็กป.6,ม.3 ต่ำกว่าครึ่งทุกวิชาเว้นภาษาไทย 25 มี.ค. 2560บอร์ดคุรุสภาเปิดช่องผู้ไม่มีตั๋วบรรจุครู 25 มี.ค. 256012 อาชีพโกยเงิน ในยุคดิจิตอลเขมือบโลก 25 มี.ค. 2560จัดหนัก! ผู้นำครู 4 ภาคชี้ “ศึกษาธิการ” เป็นเทคโนฯ โละทิ้ง ขยะรีไซเคิลพัฒนาการศึกษาไทยไม่ได้ 25 มี.ค. 2560จี้ยกเลิกใช้คำว่า "ครูผู้ช่วย"กับคนที่มีตั๋วครู 25 มี.ค. 2560กศจ.ชัยภูมิ เปิดสอบครูผู้ช่วย 26 สาขาวิชา รวม 71 อัตรา สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.2560 25 มี.ค. 2560กศจ.ราชบุรี เปิดสอบครูผู้ช่วย 22 สาขาวิชา สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.2560 25 มี.ค. 2560กศจ.กาญจนบุรี เปิดสอบครูผู้ช่วย 22 สาขาวิชา รวม 226 อัตรา สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.2560 25 มี.ค. 2560กศจ.กรุงเทพมหานคร เปิดสอบครูผู้ช่วย 32 สาขาวิชา รวม 406 อัตรา สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.2560 25 มี.ค. 2560กศจ.ชลบุรี เปิดสอบครูผู้ช่วย 25 สาขาวิชา รวม 405 อัตรา สมัคร29มี.ค.-4เม.ย.2560

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องอินเทอร์เน็ต

usericon

รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องอินเทอร์เน็ต
บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง        รายงานการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องอินเทอร์เน็ต วิชาคอมพิวเตอร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน    นายมานิตย์ มุลาลินน์ ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านสะกาด         สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3
ปีที่ศึกษา    2556



        การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องอินเทอร์เน็ต วิชาคอมพิวเตอร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนคอม
พิวเตอร์ช่วยสอน และเพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ เป็นนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านสะกาด ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2556 จำนวน 19 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)
        เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เรื่องอินเทอร์เน็ต วิชา    คอมพิวเตอร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดเจตคติที่มีต่อบทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ วิเคราะห์หาค่าผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ t-test ชนิด Dependent Samples
ผลการศึกษาพบว่า
1. ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน มีค่าเท่ากับ 83.73/81.40 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01
3. เจตคติของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด
rockdevil 17 ก.ย. 2557 เวลา 18:57 น. 0 137
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^