LASTEST NEWS

19 ก.ค. 2561[ รวมลิงค์ ] สรุปยอดผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 19 ก.ค. 2561กศจ.กทม.รับสมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 342 อัตรา สมัคร 18 - 24 ก.ค. 61 19 ก.ค. 2561สมัครสอบครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก ยอดพุ่งกว่า 3 หมื่นคน 19 ก.ค. 2561ไปรษณีย์ไทย เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นพนักงาน 21 อัตรา สมัคร31ก.ค.-22ส.ค.61 19 ก.ค. 2561ครูคืนถิ่นรอบ 5ให้มหา'ลัยคัดเอง เปิดสาขา-อัตราบรรจุ 19 ก.ค. 2561ตัวอย่างการเขียนใบสมัครสอบครูผู้ช่วย (สาขาวิชาเอกขาดแคลน) 18 ก.ค. 2561สมัครครูผู้ช่วย กศจ.นครราชสีมา วันแรก ทะลุ 1,834 อัตรา 18 ก.ค. 2561การแต่งกายที่สุภาพ สำหรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 18 ก.ค. 2561หนังสือขออนุญาตสมัครสอบครูผู้ช่วย สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. 18 ก.ค. 2561ศธ.เชื่อครูเบี้ยวหนี้ แค่ส่วนน้อย ครูส่วนใหญ่ต้าน แนะออมสิน ก่อนให้ครูกู้ ควรเช็ก ‘เครดิตบูโร’

เผยแพร่ผลงาน รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล

usericon

ชื่อเรื่อง : รายงานการพัฒนาแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
     ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา
ชื่อผู้วิจัย : นายอำนาจ แรงประโคน
ประเภทผลงานวิชาการ : ผลงานวิจัย
ปีที่วิจัย : 2559

บทคัดย่อ

    การจัดกิจกรรมทักษะการกีฬาฟุตบอลโดยใช้ แบบฝึกทักษะ เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อีกรูปแบบหนึ่งที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นการพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาฟุตบอล ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่ทันต่อเหตุการณ์ ทันความคิด ความก้าวหน้าของโลกได้เช่นเดียวกับการรับข่าวสารจากสื่อชนิดต่างๆ การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนทักษะกีฬาฟุตบอลของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่อแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 ซึ่งได้มาโดยใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากจำนวน 10 ห้องเรียน เลือกมา 1 ห้องเรียน ได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวนนักเรียน 42 คน เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมี 2 ชนิด แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล จำนวน 9 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.24 - 0.69 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.80 ค่าระดับความยาก ( P ) ตั้งแต่ 0.38 – 0.78 แบบสอบถามความพึงพอใจ ที่มีค่าเฉลี่ย 4.47 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.60 และการทดสอบสมมติฐานใช้ t- test (Dependent sample)

        ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
            1. ผลการพัฒนาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 90.00/ 86.66 หมายความว่า ค่าเฉลี่ยของการทำแบบทดสอบย่อยท้ายบทเรียนทั้ง 9 เรื่อง ได้คะแนนเฉลี่ย 706.52คิดเป็นร้อยละ 90.00 และ ผลการทดสอบจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็นร้อยละ 90.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80 /80 ที่ตั้งไว้
            2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา มีค่าเท่ากับ 0.6557 หรือคิดเป็นร้อยละ 65.57 หมายความว่า ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 65.57
            3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
            4. คะแนนเฉลี่ยระดับความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดุงวิทยา ที่เรียนด้วยแบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอล กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.27
        โดยสรุป แบบฝึกทักษะกีฬาฟุตบอลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทำให้กระบวนการจัดกิจกรรมส่งผลให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างดี และครูผู้สอนควรนำแบบฝึกกีฬาฟุตบอลที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังเป็นการปลูกฝังให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์ ความเสียสละการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สามารถนำความรู้ ประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันควรสนับสนุนให้ครูนำไปใช้ในการเรียนการสอนต่อไป

ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^