LASTEST NEWS

20 ก.พ. 2561โอกาสมาแล้ว! การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เตรียมเปิดรับสมัครสอบบรรจุเป็นพนักงาน ปี2561 20 ก.พ. 2561เช็คตำแหน่งงานว่างและคุณสมบัติ ด่วน! “ธนาคารออมสิน” เปิดรับสมัครพนักงาน ประจำปี 2561 20 ก.พ. 2561สพฐ.เปิดช่องขยายห้องเรียนรร.ดัง 19 ก.พ. 2561คุรุสภาผนึก 46 มหา’ลัย อบรม 9 มาตรฐานความรู้ฯ ปี’60 19 ก.พ. 2561ผลสำรวจ99.15%หนุนตั้ง สพม.เพิ่ม 19 ก.พ. 2561คุ้มไหม? "เป็นครูอัตราจ้าง" คนอื่นเป็นแบบนี้กันไหม??? 19 ก.พ. 2561เช็กได้เลย สถ.เรียกผู้สอบแข่งขันได้รายงานตัว 1,578 อัตรา เพื่อบรรจุเป็น ขรก.-พนักงานส่วนท้องถิ่น รอบ 2 แล้ว 19 ก.พ. 2561คำถาม : ปีนี้มี ป.บัณฑิต มั้ยคะ/ครับ? 19 ก.พ. 2561สถานี ก.ค.ศ.ทิศทางการสอบบรรจุครูผู้ช่วยแนวใหม่ 19 ก.พ. 2561ด่วน! การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดรับสมัครพนักงานประจำปี 2561 จำนวน 400 อัตรา

การศึกษาผลการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำ

usericon

การศึกษาผลการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำ
บทคัดย่อ

หัวข้อวิจัย    การศึกษาผลการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำ โดยการสอนซ่อมเสริม
    แบบเสริมแรง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีปัญหาทางการเรียนรู้
ผู้วิจัย            นางสาวรัชดา ล้อทองxxx
งาน            งานการศึกษาพิเศษ
ปีการศึกษา        2556
โรงเรียน        ประดู่แก้วประชาสรรค์

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบผลการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำ โดยการสอนซ่อมเสริมแบบเสริมแรง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีปัญหาทางการเรียนรู้โรงเรียนประดู่แก้วประชาสรรค์ จังหวัดสุรินทร์ ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและเขียนคำ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75
    กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนประดู่แก้วประชาสรรค์ อำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง โดยใช้รูปแบบการทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและเขียนคำ จำนวน 4 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 22 แผน และแบบทดสอบวัดผลการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนคำ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า Normalized gain
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ผลการพัฒนาทักษะการอ่านและเขียน สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ที่ได้รับการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยค่าเฉลี่ยของ Normalized gain อยู่ในระดับปานกลาง ที่ 0.67
2. แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและเขียนคำ สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.75 / 80.00 แสดงว่าแบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 ที่ตั้งไว้
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและเขียนคำ สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ พบว่ามีความพึงพอใจคิดเป็นร้อยละ 86.00 มีความพึงพอใจในระดับมาก
kruratchada 08 ก.ย. 2557 เวลา 03:45 น. 0 117
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^