รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน
LASTEST NEWS

20 ส.ค. 2561ด่วน! ราชกิจจานุเบกษา กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดเงินเดือน พ.ศ. 2561 20 ส.ค. 2561ก.ค.ศ.จัดประชุมปรับปรุงหลักเกณฑ์ฯ คัดครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ - เพื่อให้การดำเนินการเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ 20 ส.ค. 2561"หมอธี"ประกาศเลิกใช้ครูทำธุรการ ทุ่ม3พันล้านจ้างจนท. 20 ส.ค. 2561ด่วน! สถ.เตรียมพร้อมเรียกบรรจุ "ขรก.-พนง.ท้องถิ่น" รอบ 5 29-30 ส.ค.นี้ 20 ส.ค. 2561หั่นTCASเหลือ6เดือนครึ่ง-ลดค่าสมัครเป็นวิชาละ100 20 ส.ค. 2561ไม่ลดข้าราชการ เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล 20 ส.ค. 2561"ครูน้อย"โดนหางเลข"ขนมจีนคลุกน้ำปลา" ถูก ป.ป.ช. ไต่สวนด้วย 20 ส.ค. 2561"หมอธี"นำทีมประเมินคุณภาพแนวใหม่ 20 ส.ค. 2561ครูผู้ช่วยปี61 กรอกเลขข้อสอบ ภาก ก ผิดทุกชุด 20 ส.ค. 2561ห่วงครูผู้น้อยรับบาปทุจริตอาหารกลางวัน

รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน

usericon

ชื่อเรื่อง     รายงานผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน
     กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษา    นางอัมพร จันทรางxxx
ปีการศึกษา    2559     
บทคัดย่อ

    การศึกษาการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา
และพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และ 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ก่อนใช้และหลังใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจ
ของนักเรียนที่เรียนรู้ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองใช้คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนบ้านลำตาเณร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 10 ชุด 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 10 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และการประเมินความพึงพอใจ
ของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ใช้สูตรการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้
    1. ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านลำตาเณร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวนทั้งหมด 10 ชุด ในภาพรวมมีประสิทธิภาพ 86.27/87.45 เมื่อพิจารณาเป็นรายเรื่อง พบว่าทุกเรื่อง มีประสิทธิภาพ (E1/E2) สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
    2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จากการใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านลำตาเณร มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.63 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 25.75
โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านลำตาเณร ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง โรคและวิธีป้องกัน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก

Am2517.m 16 มิ.ย. 2560 เวลา 17:51 น. 0 69
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^