LASTEST NEWS

03 เม.ย. 2563เสมา 1 สั่งวางกรอบ บรรจุคนในแทนอัตราเกษียณ เช่น พนักงานราชการ ลูกจ้าง ธุรการทั่วไป 03 เม.ย. 2563กศจ.กาญจนบุรี เรียกบรรจุครูผู้ช่วย 22 อัตรา (ขอใช้บัญชี กศจ.ปทุมธานี และกศจ.กรุงเทพฯ) รายงานตัว 1 พ.ค. 2563 03 เม.ย. 2563"เสมา1"ส่งข้อมูลครูเอกชนรับเงินเยียวยา 5,000 จากรัฐบาล 03 เม.ย. 2563แบบทดสอบความรู้ หลักสูตรและแนวทางการจัดการเรียนรู้เทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) ผ่าน 80% รับเกียรติบัตรทัน 03 เม.ย. 2563คอร์สออนไลน์ การเป็นครูในศตวรรษที่ 21 เรียน-ทดสอบ-ส่งงาน ได้ใบ Certificate ชัวร์ 03 เม.ย. 2563สอนออนไลน์ใช้โปรแกรมไหนดี ? 02 เม.ย. 2563คืนนี้สทศ.เปิดระบบให้เช็คผลสอบ GAT/PAT 02 เม.ย. 2563วางแผนควบรวมโรงเรียนให้ครูรับมือสอนออนไลน์ 02 เม.ย. 256317 เม.ย.นี้บอร์ดกพฐ.เคาะรับม.1 และม.4ผ่านออนไลน์ 02 เม.ย. 2563แบบทดสอบ เรื่อง สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 ผ่านเกณฑ์ 80% ได้เกียรติบัตร

วิจัย การเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่

usericon

วิจัย	การเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง วิจัย    การเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนเทศบาลวัดคลองโพธิ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการจัดกิจกรรมแนวสมดุลภาษา (Balanced Literacy)
ชื่อผู้วิจัย     นางภรภัทร ชาญหิรัญกุล
ปีที่ทำการวิจัย     ปีการศึกษา 2556

การอ่าน เป็นการสร้างทักษะที่สำคัญสำหรับการศึกษาค้นคว้าและการดำเนินชีวิต และควรปลูกฝังตั้งแต่ในวัยเด็ก โดยเริ่มจากการสร้างนิสัยรักการอ่าน การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนา กำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยครั้งนี้ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนแนวสมดุลภาษา (Balanced Literacy) ที่เสริมสร้างนิสัยรักการอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อศึกษาผลของจัดกิจกรรมแนวสมดุลภาษา (Balanced Literacy) ที่มีต่อนิสัยรักการอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 3) เพื่อศึกษา ความพึงพอใจของผู้ปกครองและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมแนวสมดุลภาษา (Balanced Literacy) หลังการทดลอง กำหนดขั้นตอนในการวิจัยเป็น 4 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ขั้นที่ 2 การพัฒนากิจกรรม ขั้นที่ 3 การทดลองใช้กิจกรรม และขั้นที่ 4 การปรับปรุงกิจกรรม ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม 20 ชั่วโมง ผลการวิจัยพบว่า
ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐาน การสัมภาษณ์ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 30 คน การสัมภาษณ์ครูผู้สอนภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จำนวน 5 คน และการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลจากการศึกษา สามารถนำไปออกแบบกิจกรรมและกำหนดขั้นตอนการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 20 กิจกรรม และขั้นตอนการจัดกิจกรรม 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 พร้อมใจอ่านและฟัง ขั้นที่ 2 สร้างทักษะการอ่านสะกดคำ ขั้นที่ 3 ร่วมเขียนเรื่องสร้างสรรค์จากการอ่าน ขั้นที่ 4 อ่านใจในแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ขั้นที่ 5 บ้านสานรักการอ่าน
ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนากิจกรรม กำหนดโครงร่างของกิจกรรม จำนวน 20 กิจกรรม แต่ละกิจกรรม
มีองค์ประกอบ 6 ประการ คือ สาระสำคัญ จุดประสงค์ เวลาการจัดกิจกรรม ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
สื่อประกอบกิจกรรม และการวัดและประเมินผลกิจกรรม ผลการประเมินความเหมาะสมและความสอดคล้องของกิจกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า อยู่ในระดับดีมาก และผลการศึกษานำร่อง (Pilot Study) กิจกรรมที่พัฒนาขึ้น พบว่า มีความชัดเจน เหมาะสมกับนักเรียน และเหมาะสมกับเวลา
ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้กิจกรรม ทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาลวัดคลองโพธิ์ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 46 คน ผู้วิจัยทำการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เพื่อจัดเป็นกลุ่มทดลอง (Experimental Group) และกลุ่มควบคุม (Control Group) กลุ่มละ 23 คน ทำการทดลอง 20 ครั้ง ใช้แบบแผนการทดลองแบบ Pretest-Posttest Control Group Design ผลการทดลองพบว่า กลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม มีผลการประเมินลักษณะนิสัยรักการอ่านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และกลุ่มทดลองมีผลการประเมินลักษณะนิสัยรักการอ่านหลังการทดลองสูงกว่าการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการสอบถามความพึงพอใจของผู้ปกครองและนักเรียนเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมแนวสมดุลภาษา พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
ขั้นตอนที่ 4 การปรับปรุงกิจกรรม ผลจากทดลองใช้กิจกรรมได้ข้อค้นพบที่จะสามารถนำไปปรับปรุงกิจกรรมให้มีความเหมาะสมมากขึ้น คือ การใช้คำถามกระตุ้นของครูในการกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดและตอบคำถามจากเรื่องที่อ่านหรือฟัง การจัดกลุ่มผู้เรียนที่มีความหลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนเรียนรู้และทำงานร่วมกับเพื่อนทุกคน และการให้ข้อมูลย้อนกลับทางบวกเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน
numberneung 03 ก.ย. 2557 เวลา 09:53 น. 0 391
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^