LASTEST NEWS

23 ก.พ. 2561สพม.35 เปิดสอบครูธุรการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา (สมัคร5-11มี.ค.61) 23 ก.พ. 2561(เงินเดือน15,000-16,500)สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดสอบรับราชการ วุฒิป.ตรีทุกสาขา 23 ก.พ. 2561กรมควบคุมมลพิษ เปิดสอบแข่งขันเข้ารับราชการ 5 อัตรา (สมัครบัดนี้-9มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561สอบครูผู้ช่วยแบบใหม่ จัดสอบช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.2561 เพื่อบรรจุให้ทันในเดือนตุลาคม 2561 22 ก.พ. 2561สพป.อุทัยธานี เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการ ตำแหน่งครูพี่เลี้ยง (สมัคร26ก.พ.-4มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561สพฐ.ยอมให้ โรงเรียนรับ.ม.4ได้50คนต่อห้อง 22 ก.พ. 2561สพม.25 เปิดสอบลูกจ้างชั่วคราว และพนักงานราชการ 9 อัตรา (สมัคร26ก.พ.-4มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561สพป.นครพนม เขต 2 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 11 อัตรา (สมัคร1-9มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561สพป.มหาสารคาม เขต 1 เปิดสอบพนักงานราชการและครูอัตราจ้าง 11 อัตรา (สมัคร1-7มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561สพป.อำนาจเจริญ เปิดสอบพนักงานราชการ และครูอัตราจ้าง 9 อัตรา (สมัคร27ก.พ.-5มี.ค.61)

การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้

usericon

ชื่อผลงาน    :    การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้
         สู่การเสริมสร้างพฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดอ่าวบัว ปีการศึกษา 2559
ผู้ประเมิน    :    นายเดชา จันทิกาแก้ว
         ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอ่าวบัว
         สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
หน่วยงาน    :    โรงเรียนวัดอ่าวบัว สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1
ปีการศึกษา :    2559

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

     การประเมินโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ สู่การเสริมสร้างพฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนโรงเรียนวัดอ่าวบัว ปีการศึกษา 2559 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินด้านสภาวะแวดล้อมของโครงการ ด้านปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ ด้านกระบวนการของโครงการ และด้านผลผลิตของโครงการ โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP Model) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินจำนวนทั้งสิ้น 171 คน ประกอบด้วย ครูจำนวน 13 คน นักเรียนจำนวน 81 คน ผู้ปกครองจำนวน 70 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินได้แก่ แบบสอบถามจำนวน 9 ฉบับ ทุกฉบับผ่านการตรวจคุณภาพ โดยมีค่าความเชื่อมั่นระหว่าง 0.807 - 0.955 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย (x-bar) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

ผลการประเมิน ดังนี้
    1.    ผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อมของโครงการ โดยภาพรวมพบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์การประเมิน
    2.    ผลการประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ โดยภาพรวมพบว่า มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน
    3.    ผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการ โดยภาพรวมพบว่า มีความเหมาะสม
อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน
    4.    ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ มีดังนี้
     4.1    ผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน
     4.2    พฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนหลังดำเนินโครงการ โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน
     4.3    พฤติกรรมการสอนของครูในการส่งเสริมให้นักเรียนใช้แหล่งเรียนรู้ โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน
     4.4    ความพึงพอใจของครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่มีต่อโครงการ โดยภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับมาก ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปใช้
    1.    จากผลการประเมินด้านสภาวะแวดล้อมและด้านปัจจัยเบื้องต้นของโครงการ อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ดังนั้นผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต้องเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมทรัพยากรด้านคน งบประมาณ สื่อวัสดุอุปกรณ์ให้เพียงพอและเหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้ประสบความสำเร็จได้
    2    จากผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการอยู่ในระดับมาก ดังนั้นโครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้จะต้องมีความชัดเจนในกระบวนการดำเนินงาน สอดคล้องนโยบาย สภาพปัจจุบัน สภาพปัญหาและความต้องการ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมเป็นเจ้าของโครงการ
    3    จากผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ดังนี้
     3.1    ผลการดำเนินกิจกรรมตามโครงการอยู่ในระดับมาก ดังนั้นโรงเรียนควรมีการจัดทำโครงการต่อเนื่อง โดยมีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
     3.2    พฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่เรียนของนักเรียนอยู่ในระดับมาก ดังนั้นโรงเรียนและผู้ปกครองควรหาแนวทางในการส่งเสริมพฤติกรรมใฝ่รู้ใฝ่เรียน โดยจัดกิจกรรมเสริมที่บ้าน ตลอดจนแนะนำ ติดตาม ประเมินและรายงานผลให้ทั้งสองฝ่ายรับทราบอย่างต่อเนื่อง
     3.3    พฤติกรรมการสอนของครูในการส่งเสริมให้นักเรียนใช้แหล่งเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ดังนั้นครูผู้รับผิดชอบโครงการควรมีการจัดทำทะเบียนแหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการจัดทำแผนการเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับการใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีภูมิปัญญา มีส่วนร่วมในการวางแผน
     3.4    ผลการประเมินความพึงพอใจของครู นักเรียนและผู้ปกครอง ที่มีต่อการดำเนินโครงการอยู่ในระดับมาก ดังนั้นโรงเรียนจึงควรให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการรับรู้ ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ ร่วมประเมินความพึงพอใจ และร่วมกันปรับปรุงพัฒนากิจกรรมให้เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^