LASTEST NEWS

21 ก.ย. 2561กศจ.นครราชสีมา รวมลิงค์ สรุปข้อมูลการเรียกบรรจุครูผู้ช่วย 21 ก.ย. 2561ตัดสินใจไม่ถูกกับการเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองในอนาคต "ครูผู้ช่วย 1/2561" 21 ก.ย. 2561นักวิชาการ แนะ ศธ. ทบทวนบรรจุครูจบไม่ตรงสายสอนประถม ส่อกระทบพัฒนาการเด็ก 21 ก.ย. 2561พิจิตรวิกฤตโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีครูส่อเค้าบาน 21 ก.ย. 2561ไม่ต้องผ่านภาค ก 220 อัตรา ม.นวมินทราธิราช เปิดสอบพนักงานมหาวิทยาลัย (สมัครออนไลน์) 20 ก.ย. 2561ข่าวดีได้เฮ!! สพฐ.เปิดสอบครูธุรการ 16,000 อัตรา วุฒิ ปวช./ปวส.ไม่ต้องมีวุฒิครู 20 ก.ย. 2561กยศ. หักเงินเดือนลูกหนี้ 1 ล้านราย มีองค์กรนายจ้างถึง 1 แสนแห่ง 20 ก.ย. 2561เด็กรุ่นใหม่ยื่น 3 ข้อเสนอให้ศธ.แก้ไข 20 ก.ย. 2561ส่งงบฯหนังสือเรียนปี61ถึงสถานศึกษาแล้ว 20 ก.ย. 2561“หมอธี” สั่ง“สพฐ.”จัดการ “บิ๊กสพท.”ต่อต้านคำสั่ง“คสช.”

การพัฒนาความรู้ การวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนโรงเรียนสตรีนครสว

usericon

ชื่อเรื่อง         : การพัฒนาความรู้ การวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนโรงเรียน
สตรีนครสวรรค์
ชื่อผู้วิจัย         : นายณัฐชัย บุญสนอง
ประเภทผลงานวิชาการ     : ผลงานวิจัย

บทคัดย่อ

    การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อทราบระดับความรู้ เรื่องการวิจัยในชั้นเรียนของ
ครูผู้สอนโรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ก่อนและหลังการพัฒนา (2) เพื่อทราบความแตกต่างระหว่าง
ระดับความรู้ เรื่องการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนโรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ก่อนและหลังการพัฒนา และ (3) เพื่อทราบความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนโรงเรียน
สตรีนครสวรรค์ กลุ่มตัวอย่าง คือครูผู้สอนโรงเรียนสตรีนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
จำนวน 113 คน
การวิจัยครั้งนี้ได้นำแนวคิดและสาระเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียนของ อุทุมพร จามรมาน
มาเป็นสาระในการพัฒนาครูผู้สอน และดำเนินขั้นตอนการวิจัยตามลำดับต่อไปนี้ 1) ให้ครูศึกษาเอกสารความรู้เรื่องการวิจัยในชั้นเรียน ในวันที่ 7 ตุลาคม 2556 2) ทดสอบความรู้ก่อนการพัฒนา
ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 3) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการวิจัยในชั้นเรียนพร้อมทั้งทดสอบความรู้หลังการพัฒนา ในวันที่ 19 มีนาคม 2557 4) สัมภาษณ์ครูผู้สอนเกี่ยวกับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการทำวิจัยในชั้นเรียน ในวันที่ 20 มีนาคม 2557 เครื่องมือที่ใช้มี 2 ฉบับ คือ แบบทดสอบวัดความรู้ เรื่อง การวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอน และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
แบบเจาะลึก (Depth interview structured) สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ (f) ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ( ) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที (t-test) แบบจับคู่
(paired samples test) และการวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis)
    ผลการวิจัยพบว่า
    1. ความรู้ เรื่องการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนโรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ก่อนการพัฒนา
อยู่ในระดับน้อยที่สุด หลังการพัฒนาอยู่ในระดับมาก
    2. ความรู้ เรื่องการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนโรงเรียนสตรีนครสวรรค์ ก่อนและหลัง
การพัฒนาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 โดยหลังการพัฒนามีความรู้สูงกว่าก่อนการพัฒนา
    3. ครูมีปัญหาเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน คือเลือกปัญหาเพื่อนำมาทำการวิจัยในชั้นเรียน
และการเขียนรายงานการวิจัย และได้ให้ข้อเสนอแนะว่าผู้บริหารควรจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียนให้แก่ครูผู้สอนทุกคนอย่างต่อเนื่อง และควรติดตามผลการพัฒนาโดยมีการจัดประกวดผลงานการวิจัยในชั้นเรียนทุกปี
30 ส.ค. 2557 เวลา 12:29 น. 0 1,201
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^