LASTEST NEWS

19 ก.พ. 2560แชร์งานดีๆ ให้ลูกหลาน! รวมข่าวเปิดสอบรับราชการ ก.พ./มี.ค./เม.ย. กว่า 5,281 อัตรา ทั่วประเทศ 19 ก.พ. 2560การรับสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักศึกษาทุน สควค. ระดับปริญญาโททางการศึกษา (ทุน Premium) 19 ก.พ. 2560โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ลำปาง เปิดสอบครูอัตราจ้าง 5 อัตรา สมัครตั้งแต่บัดนี้-28ก.พ.2560 19 ก.พ. 2560(วุฒิป.ตรีทางการศึกษา ทุกสาขา) กศน.เชียงใหม่ เปิดสอบพนักงานราชการครู 10 อัตรา 18 ก.พ. 2560มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 18 ก.พ. 2560มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดสอบพนักงานราชการ วุฒิปริญญาตรีทุกสาขา 18 ก.พ. 2560ราชกิจจานุเบกษา กฎ ก.ค.ศ.การจัดประเภทตำแหน่ง ระดับตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่ง... 18 ก.พ. 2560ข่าว Hot หน้าสื่อ "ปลดล็อคออกใบอนุญาตการสอนชั่วคราว" ให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู 18 ก.พ. 2560ศธจ.สุโขทัยเปิดสอบ"ครูผู้ช่วย" 17 ก.พ. 2560ใครสอบรอบนี้! โหลดไปอ่านด่วน! คู่มือสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ 2560

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค ST

usericon

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค ST
ชื่อเรื่อง            การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD
เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย            นางรัตติยา สุริยะ
ปีการศึกษา         ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
สถานศึกษา        โรงเรียนผักไหมวิทยานุxxxล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 28

บทคัดย่อ

    การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น     3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก    4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนด้วย
บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 36 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนผักไหมวิทยานุxxxล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม รูปแบบการวิจัยเป็นรูปแบบการวิจัยแบบ One Group Pretest - Posttest Design ระยะเวลาในการทดลอง คือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 2) บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ที่มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.26 - 0.80 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20 - 0.88 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.81 2) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.48 – 0.82 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.93
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ t-test (Dependent Samples)
    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
        1. บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 84.91/82.71 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
        2. บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.62 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 62
        3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วย
บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.51, S.D. = 0.62) ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ด้านที่ 3 บทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก ทำให้เกิดทักษะในการปฏิบัติกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.67, S.D. = 0.59) รองลงมาคือ ด้านที่ 2 การเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก ทำให้นักเรียนเข้าใจมากยิ่งขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.64, S.D. = 0.59) รองลงมาคือ ด้านที่ 7 เนื้อหาในบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก เป็นไปตามลำดับขั้นตอนจากง่ายไปหายาก อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.61, S.D. = 0.49) และด้านที่มีความพึงพอใจน้อยที่สุดคือ ด้านที่ 10 ผู้เรียนสามารถทำงานในบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก อย่างมีอิสระ เหมาะสมกับเวลา อยู่ในระดับมาก ( = 4.36, S.D. = 0.76)
        สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าบทเรียนสำเร็จรูปโดยใช้เทคนิค STAD เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญและเป็นประโยชน์กับนักเรียน นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน ดังนั้นควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสาระการเรียนรู้อื่น ๆ หรือระดับชั้นอื่น ๆ นำบทเรียนสำเร็จรูป ไปเป็นนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติ และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ต่อไป
30 ส.ค. 2557 เวลา 11:09 น. 0 112
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^