LASTEST NEWS

20 ก.ค. 2561[ รวมลิงค์ ] สรุปยอดผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 20 ก.ค. 2561กรมการปกครอง เปิดรับสมัครสอบบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งปลัดอำเภอ 180 อัตรา 19 ก.ค. 2561เล็งฟื้นระบบครูประถมศึกษาแก้ขาดครู 19 ก.ค. 2561‘คุรุสภา’ ชี้ครูเบี้ยวหนี้ ถูกฟ้องล้มละลาย สิ้นสภาพเป็นข้าราชการทันที 19 ก.ค. 2561คลังจี้ออมสินไล่บี้ฟ้องครูเบี้ยวหนี้ทั่วประเทศ 19 ก.ค. 2561กศจ.กทม.รับสมัครสอบแข่งขันฯ ตำแหน่งครูผู้ช่วย 342 อัตรา สมัคร 18 - 24 ก.ค. 61 19 ก.ค. 2561สมัครสอบครูผู้ช่วยวันแรกคึกคัก ยอดพุ่งกว่า 3 หมื่นคน 19 ก.ค. 2561ไปรษณีย์ไทย เปิดสอบบรรจุเข้าเป็นพนักงาน 21 อัตรา สมัคร31ก.ค.-22ส.ค.61 19 ก.ค. 2561ครูคืนถิ่นรอบ 5ให้มหา'ลัยคัดเอง เปิดสาขา-อัตราบรรจุ 19 ก.ค. 2561ตัวอย่างการเขียนใบสมัครสอบครูผู้ช่วย (สาขาวิชาเอกขาดแคลน)

รายงานการพัฒนาชุดฝึกทักษะการเรียนรู้เรื่องแรงและกฎการเคลื่อนที่

usericon

บทคัดย่อ

    การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ และบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้นั้น จำเป็นต้องใช้สื่อนวัตกรรมตลอดจนเทคนิค และวิธีการสอนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้กิจกรรมการเรียนการสอนน่าสนใจ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้าใจในเนื้อหาให้กระจ่างชัดยิ่งขึ้น
    การศึกษาครั้งนี้ มีความมุ่งหมายของการศึกษา คือ (1) เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะการเรียนรู้เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกทักษะการเรียนรู้
เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
(3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียนรู้
เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ (4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 ของโรงเรียนศรีบุณยานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 33 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา มี 3 ชนิด ได้แก่ (1) ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 10 เล่ม (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ซึ่งมีความยาก (P) ตั้งแต่ 0.23 ถึง 0.77 และมีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (B) ตั้งแต่ 0.20 ถึง 0.79 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ (rcc) เท่ากับ 0.92 และ (3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)
5 ระดับ จำนวน 10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และการทดสอบสมมติฐานใช้ t-test Dependent
    ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้
        1. ชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 83.66/83.74
        2. ดัชนีประสิทธิผลของชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีค่าเท่ากับ 0.7155 แสดงว่าผู้เรียนมีการพัฒนาความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 71.55
        3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ เรื่อง แรง และ
กฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
        4. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียนรู้
เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชันมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก
        4. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก
    โดยสรุปชุดฝึกทักษะการเรียนรู้ เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเพียงพอที่ครูผู้สอนสามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนพร้อมทั้งเป็นแนวทางในการพัฒนาเนื้อหาอื่นและรายวิชาอื่นต่อไป
kungpure 30 เม.ย. 2560 เวลา 18:26 น. 0 85
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^