LASTEST NEWS

19 ก.ค. 2561[ รวมลิงค์ ] สรุปยอดผู้สมัครสอบครูผู้ช่วย (รอบทั่วไป) ปี พ.ศ.2561 18 ก.ค. 2561สมัครครูผู้ช่วย กศจ.นครราชสีมา วันแรก ทะลุ 1,834 อัตรา 18 ก.ค. 2561การแต่งกายที่สุภาพ สำหรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 18 ก.ค. 2561หนังสือขออนุญาตสมัครสอบครูผู้ช่วย สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. 18 ก.ค. 2561ศธ.เชื่อครูเบี้ยวหนี้ แค่ส่วนน้อย ครูส่วนใหญ่ต้าน แนะออมสิน ก่อนให้ครูกู้ ควรเช็ก ‘เครดิตบูโร’ 18 ก.ค. 2561คุณวุฒิที่เรียนจบจะสมัครสอบครูผู้ช่วย ได้ไหม? 18 ก.ค. 2561‘คุรุสภา’ ชี้ ครูประกาศเบี้ยวหนี้ ยังไม่เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ 18 ก.ค. 2561สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา รับสมัครลูกจ้างเหมาบริการเพื่อปฏิบัติงาน 21 อัตรา (สมัคร23-31ก.ค.61) 18 ก.ค. 2561ครูพัฒนาท้องถิ่นยังว่าง สกอ.ส่งต่อรับทีแคสรอบ 5 18 ก.ค. 2561ฟื้นระบบครูประถมศึกษาสอนทุกวิชา

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โป

usericon

ชื่อเรื่อง        การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้
        โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ผู้วิจัย        นางรัตติยา สุริยะ
ปีการศึกษา     ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556
สถานศึกษา        โรงเรียนผักไหมวิทยานุxxxล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 28

บทคัดย่อ

    การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 31 คน ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนผักไหมวิทยานุxxxล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม รูปแบบการวิจัยเป็นรูปแบบการวิจัยแบบ One Group Pretest - Posttest Design ระยะเวลาในการทดลอง คือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2) บทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ที่มีความยาก ระหว่าง 0.25 ถึง 0.78 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.24 ถึง 0.86 และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ 0.86 2) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อ
การเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก เป็นชนิดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 15 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.25 ถึง 0.84 มีค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ t-test (Dependent Samples)

    ผลการวิจัยปรากฏดังนี้
        1. บทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพ 84.23/82.54 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
        2. บทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.62 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนร้อยละ 62
        3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วย
บทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
        4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป
เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.35, S.D. = 0.42)
ข้อที่มีความพึงพอใจมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ข้อ 3 บทเรียนสำเร็จรูปทำให้เกิดทักษะกระบวนการด้านคอมพิวเตอร์ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.83, S.D. = 0.51) ข้อ 15 นักเรียนสามารถนำไปใช้
ในชีวิตประจำวันได้ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.72, S.D. = 0.42) และข้อ 2 บทเรียนสำเร็จรูป
ทำให้นักเรียนเข้าใจยิ่งขึ้น ตามลำดับ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.62, S.D. = 0.43) และข้อที่
มีความพึงพอใจน้อยที่สุด คือ ข้อ 8 บทเรียนสำเร็จรูปเหมาะสมกับเวลา อยู่ในระดับมาก
( = 4.14, S.D. = 0.89)

        สรุปผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าบทเรียนสำเร็จรูป เรื่องการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นสื่อในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยเน้นนักเรียนเป็นสำคัญและเป็นประโยชน์กับนักเรียน นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ทำให้การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน ดังนั้น
ควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูสาระการเรียนรู้อื่น ๆ หรือระดับชั้นอื่น ๆ นำบทเรียนสำเร็จรูป
ไปเป็นนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ เจตคติ และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ต่อไป

ladyblue55 27 ส.ค. 2557 เวลา 17:18 น. 0 172
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^