LASTEST NEWS

22 ก.พ. 2561โรงเรียนบ้านสันป่าสัก รับสมัครครูอัตราจ้าง วิชาเอกปฐมวัย (สมัคร2-8มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561โรงเรียนบ้านดงจันทน์ รับสมัครครูอัตราจ้าง ระดับปฐมวัย (สมัคร26ก.พ.-2มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง รับสมัครครู 3 อัตรา (บัดนี้-31มี.ค.61) 22 ก.พ. 2561​โรงเรียนกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ รับสมัครครูและเจ้าหน้าที่ 2 อัตรา (สมัคร22-28ก.พ.61) 22 ก.พ. 2561สพป.กาญจนบุรี เขต 3 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 7 อัตรา (สมัคร28ก.พ.-3มี.ค.61) 21 ก.พ. 2561สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดสอบครูอัตราจ้าง 3 อัตรา (สมัคร2-8มี.ค.61) 21 ก.พ. 2561หมอธียันยังไม่เลิกเรียน8กลุ่มสาระ หลังว่อนโซเชียลไฟเขียวแล้ว/ย้ำแค่รับไว้พิจารณาต้องคิดผลได้ผลเสีย 21 ก.พ. 2561ด่วนเลย! ไม่เอาวุฒิครู วุฒิม.6 ขึ้นไป สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 เปิดรับ 2 อัตรา ตำแหน่งพนักงานราชการทั่วไป 21 ก.พ. 2561บอร์ดกก.อิสระฯสรุปตั้งหน่วยงานกลางปฏิรูปครู 21 ก.พ. 2561โรงเรียนวัดโคกยายเกตุ รับสมัครครูผู้สอน วิชาเอกปฐมวัย (สมัครบัดนี้-28ก.พ.61)

การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบสร้างองค์ความรู้

usericon

ชื่อผลงาน        การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบสร้างองค์ความรู้ ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์                 เรื่อง นาฏศิลป์ไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ชื่อผู้วิจัย        นางนารี จูงจิตรดำรงค์
สถานศึกษา    โรงเรียนเมืองพัทยา 2 (เจริญราษฎร์อุทิศ)
ปีที่วิจัย            2557

บทคัดย่อ

    การวิจัยนี้เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบสร้างองค์ความรู้ ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง นาฏศิลป์ไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนแบบสร้างองค์ความรู้ ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง นาฏศิลป์ไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน และตอนที่ 2 การประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ โดยนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 จำนวน 36 คน ใช้เวลาในการทดลอง 1 ภาคเรียนคือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง นาฏศิลป์ไทย และเกณฑ์การประเมินทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย โดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้สถิติทดสอบค่าที (t-test)
    ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
    1.     รูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย โดยมีขั้นตอนการเรียนการสอน ได้แก่ 1) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 2) ขั้นสอน 3) ขั้นสรุปหลักการและกระบวนการแก้ปัญหา 4) ขั้นฝึกทักษะและนำไปใช้ และ 5) ขั้นประเมินผล การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ได้ดำเนินการก่อนและหลังการจัดการเรียนการสอน โดยประเมินทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
    2.     ประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอน จากผลการทดลองใช้ พบว่า
        2.1 กลุ่มตัวอย่าง มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคะแนนเฉลี่ยทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดผ่านเกณฑ์ที่กำหนด คือ ร้อยละ 70
        2.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการบันทึกการเรียนรู้ของกลุ่มตัวอย่าง แสดงให้เห็นว่า การเรียนรู้ตามรูปแบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้น สามารถส่งเสริมและพัฒนาทักษะปฏิบัติทางนาฏศิลป์ไทยของนักเรียนได้เป็นอย่างดี
loogsornnaja 21 มี.ค. 2560 เวลา 16:57 น. 0 56
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^