รายงานการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์
LASTEST NEWS

14 ส.ค. 2561โรงเรียนวัดลากค้อน รับสมัครครูอัตราจ้าง สาขาวิชาเอก ดนตรี-นาฏศิลป์ เงินเดือน 15,000.-บาท 14 ส.ค. 2561เช็คอีกที ข้อสอบออกตามนี้! หลักสูตรสอบแข่งขันฯ ครูผู้ช่วย ปีพ.ศ.2561 14 ส.ค. 2561ส.ค.ศ.ท.จี้เลิกหลักสูตรป.บัณฑิตวิชาชีพครู 14 ส.ค. 2561วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี เปิดสอบพนักงานราชการครู สมัคร 21-27 สิงหาคม 2561 14 ส.ค. 2561สมาคมจิตแพทย์ฯ แนะทบทวนกิจกรรมเชิญแม่มาโรงเรียน 14 ส.ค. 2561เช็คตำแหน่งงานว่างและคุณสมบัติ ด่วน! “ธนาคารออมสิน” เปิดรับสมัครพนักงาน ประจำปี 2561 14 ส.ค. 2561( รวมลิงค์ ) เว็บไซต์ระดับเขตพื้นที่การศึกษา งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 68 ปี2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13 ส.ค. 2561รวมลิงค์ !! เว็บไซต์ระดับภาค งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561 13 ส.ค. 2561ประกาศครบแล้วทุกกิจกรรม! เกณฑ์การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561 13 ส.ค. 2561ประกาศแล้ว! เกณฑ์แข่งขัน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 68 ปีการศึกษา 2561

รายงานการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์

usericon

รายงานการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2


บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียนด้วย ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเพื่อศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนา การเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาลตำบล โนนแดง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 24 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Samples) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 6 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ จำนวน10 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐาน โดยใช้ค่า t-test (Dependent Sampling)
    ผลการศึกษา พบว่า ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 87.15/88.06 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความพึงพอใจต่อการเรียน โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับ พึงพอใจมากที่สุด ( = 4.80, S.D.= 0.39)







ความสำคัญและความเป็นมา
    ในการจัดการศึกษาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เน้นกระบวนการไปสู่การสร้างองค์ความรู้ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนทุกขั้นตอน ผู้เรียนจะได้ทำกิจกรรมหลากหลาย ทั้งเป็นกลุ่มและรายบุคคล โดยอาศัยแหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสากลและท้องถิ่น โดยผู้สอนมีบทบาทในการวางแผนการเรียนรู้ กระตุ้น แนะนำ ช่วยเหลือให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เพื่อให้การศึกษาวิทยาศาสตร์บรรลุผลตามเป้าหมาย และวิสัยทัศน์ที่กล่าวไว้ จึงได้กำหนดคุณภาพของผู้เรียนวิทยาศาสตร์ที่จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ไว้ดังนี้ คือ เข้าใจลักษณะทั่วไปของสิ่งมีชีวิต และการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่หลากหลายในสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น เข้าใจลักษณะที่ปรากฏและการเปลี่ยนแปลง ของวัสดุรอบตัว แรงในธรรมชาติ รูปของพลังงาน เข้าใจสมบัติทางกายภาพของดิน หิน น้ำ อากาศ ดวงอาทิตย์ และดวงดาว ตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต วัสดุและสิ่งของ และปรากฏการณ์ ต่าง ๆ รอบตัว สังเกต สำรวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย และสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ด้วยการเล่าเรื่อง เขียนหรือวาดภาพ ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการดำรงชีวิต การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำโครงงานหรือชิ้นงานตามที่กำหนดให้ หรือตามความสนใจ แสดงความกระตือรือร้น สนใจที่จะเรียนรู้ และแสดงความซาบซึ้งต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว แสดงถึงความมีเมตตา ความระมัดระวังต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ทำงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความมุ่งมั่น รอบคอบ ประหยัด ซื่อสัตย์ จนเป็นผลสำเร็จ และทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 5) ถึงแม้ว่าหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จะกำหนดคุณภาพของผู้เรียนในด้านวิทยาศาสตร์ไว้อย่างชัดเจน แต่จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ พบว่า การจัดการเรียนการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศมีปัญหามาก จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อเทียบกับนานาชาติ นักเรียนของไทยได้คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับค่อนข้างตํ่า ทำข้อสอบประเภทการนำ ความรู้มาใช้ และกระบวนการคิดแก้ปัญหาไม่ค่อยได้ เขียนอธิบายไม่เป็น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2544 : 36)
จากข้อมูลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของ ประเทศไทยยังไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร ซึ่งการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โรงเรียนเทศบาลตำบลโนนแดง ก็กำลังประสบกับปัญหาด้านการขาดทักษะกระบวนการในการแก้ปัญหาของนักเรียน ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย ที่โรงเรียนกำหนด จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนเทศบาลตำบลโนนแดง มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 70.53 และจากผลการประเมิน ในระดับชั้นเรียนในหน่วยชีวิตพืชและสัตว์ พบว่า นักเรียนยังขาดทักษะการในการคิดวิเคราะห์ และทักษะการแก้ปัญหา ทำให้มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 72.41 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้คือ ร้อยละ 75.00 (โรงเรียนเทศบาลตำบลโนนแดง. 2558 : 9)
    ชุดกิจกรรม เป็นสื่อประสมที่ครูสร้างขึ้นโดยรวบรวมเนื้อหา กระบวนการ กิจกรรมประสบการณ์ แนวคิด วิธีการ กิจกรรม และสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ ได้อย่างสอดคล้องกันตามหัวข้อเนื้อหาและประสบการณ์ของแต่ละหน่วยที่ต้องการจะให้ผู้เรียนได้รับ โดยจัดเอาไว้เป็นชุด ๆ (บุญเกื้อ ควรหาเวช. 2543 : 91) นอกจากนี้ชุดกิจกรรมยังเป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียนอย่างเป็นระบบให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล ผู้เรียนสามารถศึกษาค้นคว้าตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ และผู้เรียนยังสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ระหว่างการประกอบกิจกรรม ตลอดจนใช้เป็นสื่อกลางระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (สุวิทย์ มูลคำ และสุนันทา สุนทรประเสริฐ. 2550 : 99)
    จากความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้ศึกษาในฐานะครูผู้สอนกลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนเทศบาลตำบลโนนแดง กองการศึกษาเทศบาลตำบลโนนแดง จึงมีแนวคิดที่จะสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ขึ้นมา โดยผู้ศึกษามีความมุ่งหวังว่า จะเป็นสื่อการจัดการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติกิจกรรม การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อสร้างชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
    2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2     
3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ขอบเขตของการวิจัย
1.    ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1 ห้อง
โรงเรียนเทศบาลตำบลโนนแดง กองการศึกษา เทศบาลตำบลโนนแดง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559


    2. สิ่งที่ศึกษา
     นวัตกรรมที่พัฒนา คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น จำนวน 6 เล่ม
ผลที่เกิดจากนวัตกรรม
1.    ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น
    2. ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
    3. เนื้อหาที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ เป็นเนื้อหาตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียน
เทศบาลตำบลโนนแดง พุทธศักราช 2559 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ชีวิตพืชและสัตว์
            4. ระยะเวลาที่ใช้ดำเนินการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ระยะเวลาในการปฏิบัติการสอนตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ถึงวันที่
4 กรกฎาคม 2559 รวมทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง รวมชั่วโมงเวลาที่ใช้ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

สรุปผลการวิจัย
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1.    ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น จำนวน 6 เล่ม การหาประสิทธิภาพแบบรายบุคคล พบว่า มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 73.89/768.33 ในขั้นตอนการหาประสิทธิภาพแบบกลุ่มเล็ก พบว่า มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 75.37/71.11 ในขั้นตอนการหาประสิทธิภาพแบบภาคสนาม พบว่า มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 86.00/83.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ และในขั้นทดลองจริง พบว่า ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น จำนวน 6 เล่ม มีประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 88.06/87.15 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ ซึ่งสรุปได้ว่าชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่สร้างขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
2.     ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัด การเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผู้เรียนมีความพึงพอใจโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ( = 4.80, S.D.= 0.39)

อภิปรายผล
1.    ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีค่า เท่ากับ 88.06/87.15 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด
    2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้กลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับ พึงพอใจมากที่สุด ( = 4.80, S.D.= 0.39)

อภิปรายผลการศึกษา
จากผลการศึกษาการใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ทำให้สามารถอภิปรายผลได้ตามลำดับหัวข้อดังนี้
1.    ผลการศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น พบว่า มีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.06/87.15 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด ทั้งนี้ เป็นเพราะว่า ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ได้รับการตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญ และผ่านการประเมินและตรวจสอบคุณภาพ ความเหมาะสม ได้ผ่านการทดลองหาประสิทธิภาพจากรายบุคคล กลุ่มเล็กและภาคสนาม ผ่านกระบวนการขั้นตอนการสร้างอย่างมีระบบและมีวิธีการที่เหมาะสมตามหลักการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กล่าวคือ ได้ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลตำบลโนนแดง เอกสารการวัดประเมินผล วิธีการสร้างแบบฝึก ตำรา ขอบข่าย เกี่ยวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยศึกษาวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ รวมทั้งคู่มือครู หนังสือเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กำหนดผลการเรียนรู้ โดยให้สอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชาและจุดประสงค์การเรียนรู้ในหลักสูตรและเนื้อหาของกิจกรรม ใช้ภาษา ที่เข้าใจง่ายและเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน ซึ่งทำให้ ชุดกิจกรรมที่สร้างขึ้นมีข้อดี คือ ส่งเสริมการเรียนเป็นรายบุคคล โดยผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความสนใจ ความสามารถ ตามเวลาและโอกาสที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล ผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง มีโอกาสฝึกการตัดสินใจและ การทำงานร่วมกับกลุ่ม ช่วยให้ผู้เรียนจำนวนมากได้รับความรู้เป็นแนวทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้ศึกษาได้คอยให้ความช่วยเหลือ เสนอแนะ ควบคุมดูแล อย่างใกล้ชิดตลอดเวลาในการทำกิจกรรม และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนได้มีโอกาสนำเสนองาน เพื่อฝึกให้ผู้เรียน กล้าแสดงออก สำหรับการปฏิบัติงานกลุ่มผู้ศึกษาได้กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการในการแก้ปัญหา การอธิบายเหตุผลต่าง ๆ และเชื่อมโยงความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ ระเบียบ แก้วดี (2554 : 66) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ของเล่นของใช้ในท้องถิ่นแสนรักของฉัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลการศึกษาพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ของเล่นของใช้ในท้องถิ่นแสนรักของฉัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.01/83.70 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 75/75 สอดคล้องกับผลการศึกษาของ น้ำฝน เกลื่อนเพชร (2554 : 74) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญาท้องถิ่น ผลการศึกษาพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญาท้องถิ่น มีประสิทธิภาพ 76.11/75.89 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 สอดคล้องกับผลการศึกษาของ สุวพร พาวินิจ (2555 : 136) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร โดยใช้กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้และแผนผังมโนทัศน์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการศึกษาพบว่า ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร โดยใช้กระบวนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้และแผนผังมโนทัศน์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.60/79.81 สูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้ และยังสอดคล้องกับผลการศึกษาของ พนมพร ค่ำคูณ (2556 : 98) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การดำรงชีวิตของพืชเพื่อพัฒนาทักษะการคิดในรูปแบบการสอนแบบ วัฏจักรสืบเสาะหาความรู้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการศึกษาพบว่า ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การดำรงชีวิตของพืช เพื่อพัฒนาทักษะการคิดในรูปแบบการสอนแบบวัฏจักรสืบเสาะหาความรู้ โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 4 ชุด ทั้ง 4 ชุดมีประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยเท่ากับ 81.90/86.20 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 สูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนด

2.    ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เป็นเพราะว่าผลมาจากชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผ่านการสร้างตามขั้นตอน และมีประสิทธิภาพสูงตามเกณฑ์ การสร้างชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ พยายามปรับกิจกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียนอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับวัย และเป็นเรื่องที่นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ จากความรู้ที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสามารถของแต่ละบุคคลด้วยกระบวนการที่หลากหลายในเรื่องที่อยู่ในความสนใจ เหมาะสมกับวัย ผู้เรียนสามารถศึกษาค้นคว้าตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ และผู้เรียนยังสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ระหว่างการประกอบกิจกรรม โดยมีครูคอยให้ความช่วยเหลือ เสนอแนะ ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาในการทำกิจกรรม ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ Vivas. (เพ็ชรัตน์ พรหมมา. 2555 : 47 อ้างอิงมาจาก Vivas. 1985 : 603) ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการออกแบบพัฒนาและประเมินค่าการรับรู้ทางความคิดของนักเรียนเกรด 1 ในประเทศเวเนซูเอล่า โดยใช้ชุดการสอน จากการศึกษาเกี่ยวกับความเข้าใจในการพัฒนาทักษะทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านความคิด ด้านความพร้อมในการเรียน ด้านความคคิดสร้างสรรค์ ด้านเชาว์ปัญญา และด้านการปรับตัวทางสังคม ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนเกรด 1 จากโรงเรียนนีสกัวร์เนียร์ เขตรัฐมิลัน ดำ ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยชุดการเรียนมีความสามารถในด้านความคิดสร้างสรรค์ ด้านเชาว์ปัญญษ และด้านการปรับตัวทางสังคมสูงกว่านักเรียนที่ได้รับการสอนปกติ สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Ebrahim. (จตุพร ฤทธิวรรณ. 2555 : 48-49 อ้างอิงมาจาก Ebrahim. 2004 : 1232-A) ได้ศึกษาการสอนแบบปกติกับการสอนโดยวัฏจักรการเรียนรู้ที่มีการใช้ชุดฝึกกิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 111 คน จาก 4 ห้องเรียนแบ่งกลุ่มทดลอง 56 คน เรียนแบบวัฏจักรเรียนรู้ 4 ขั้น และกลุ่มควบคุม 55 คน เรียนแบบปกติ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ การสอนใช้ครูเพศหญิงสอน นักเรียนชายทั้ง 2 กลุ่ม และครูเพศหญิงอีก 1 คน สอนนักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม การเก็บข้อมูลใช้แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางวิทยาศาสตร์และแบบวัดเจตคติทางวิทยาศาสตร์ การทดลองใช้การทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน ผลจากการศึกษาพบว่า นักเรียน ที่เรียนโดยใช้วัฎจักรการเรียนรู้ที่มีชุดฝึกกิจกรรมการเรียนรู้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยวิธีการสอนแบบปกติ สอดคล้องกับผลการศึกษาของ กุลฤดี รัศมีสวัสดิ์ (2557 : 108 ) ได้ศึกษาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์กับการสอน แบบปกติ ผลการศึกษาพบว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สอดคล้องกับผลการศึกษาของจตุพร ฤทธิวรรณ (2555 : 80) ได้ศึกษาผลการเรียนวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกกิจกรรมการเรียนรู้และรูปแบบการเรียนปกติ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนที่เรียนรู้ ด้วยชุดฝึกกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสอดคล้องกับผลการศึกษาของเพ็ชรัตน์ พรหมมา (2555 : 69 ) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การดำรงชีวิตของพืชเพื่อพัฒนาทักษะการคิดในรูปแบบการสอนแบบวัฏจักรสืบเสาะหาความรู้ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผลการศึกษาพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังที่ผ่านการเรียนรู้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนได้รับการเรียนรู้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ความพึงพอใจ ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับ พึงพอใจมากที่สุด ( = 4.80, S.D.= 0.39) ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง ชีวิตพืชและสัตว์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ผ่านการสร้างตามขั้นตอน ตามหลักวิชาการ และ การสร้างชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้พยายามปรับกิจกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ให้กับผู้เรียนอย่างเป็นระบบและเหมาะสมกับวัย และเป็นเรื่องที่นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้จากความรู้ที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล ด้วยกระบวนการที่หลากหลาย ในเรื่องที่อยู่ในความสนใจ เหมาะสมกับวัย ผู้เรียนสามารถศึกษาค้นคว้าตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ และผู้เรียนยังสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ระหว่างการประกอบกิจกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับระดับของผู้เรียน โดยผู้ศึกษาได้คอยให้ความช่วยเหลือ เสนอแนะ ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาในการทำกิจกรรม ซึ่ง
สอดคล้องกับผลการศึกษาของน้ำฝน เกลื่อนเพชร (2554 : 74) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญาท้องถิ่น ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในระดับมาก สอดคล้องกับผลการศึกษาของระเบียบ แก้วดี (2554 : 67) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ของเล่นของใช้ในท้องถิ่นแสนรักของฉัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ของเล่นของใช้ในท้องถิ่นแสนรักของฉัน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก และยังสอดคล้องกับเพ็ชรัตน์ พรหมมา (2555 : 72 ) ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสารสาสน์เอกตรา กรุงเทมหานคร ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าอยู่ในระดับมาก

ข้อเสนอแนะ
    1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้
        1.1 ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา
ควรนำชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ไปใช้หรือประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นอื่น ๆ หรือนำไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ให้กว้างขวางเพราะชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
        1.2 ก่อนใช้ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้แต่ละครั้ง ควรอภิปรายให้นักเรียนเข้าใจวัตถุประสงค์ และวิธีการใช้และคำชี้แจงชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้โดยละเอียด
    1.3 ชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ เป็นบทเรียนที่นักเรียนศึกษาด้วยตนเอง ดังนั้น ผู้เรียนต้องมีทักษะในการอ่าน มีสมาธิ มีความเต็มใจ และผู้เรียนต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง

    2. ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป
        2.1 ควรนำชุดกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในระดับชั้นอื่นๆ หรือ เนื้อหาวิชาอื่น ๆ โดยคำนึงถึงความแตกต่างด้านวัย และศักยภาพของผู้เรียนแต่ละบุคคล
        2.2 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างการเรียนการสอน โดยวิธีการสอนแบบต่าง ๆ กับการเรียนการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรม

เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กุลฤดี รัศมีสวัสดิ์. (2557). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์กับการสอนแบบปกติ. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. สงขลา : มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
จตุพร ฤทธิวรรณ. (2555). ผลการเรียนวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกกิจกรรมการเรียนรู้และรูปแบบการเรียนปกติของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ วท.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
น้ำฝน เกลื่อนเพชร. (2554). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2543). นวัตกรรมการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 5. นนทบุรี : เอสอาร์ ปริ้นติ้ง.
พนมพร ค่ำคูณ. (2556). การพัฒนาชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การดำรงชีวิตของพืช เพื่อพัฒนาทักษะการคิด โดยใช้รูปแบบการสอนแบบวัฏจักรสืบเสาะหาความรู้. วิทยานิพนธ์ ค.ม. ฉะเชิงเทรา : มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
เพ็ชรัตน์ พรหมมา. (2555). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการอนุรักษณ์พลังงานไฟฟ้า สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสารสาสน์เอกตรา กรุงเทพมหานคร. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ระเบียบ แก้วดี. (2554). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ของเล่นของใช้ในท้องถิ่นแสนรักของฉัน ชั้นประถมศึกษาปีท
ร่วมแสดงความคิดเห็น
เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น!

ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บไซต์ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

^